Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ความจริงความคิด : ประกัน Covid19

ความจริงความคิด : ประกัน Covid19

โดย…สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

“ประกันชีวิตเป็นของที่คนขายต้องขาย ไม่ใช่ของที่คนซื้อจะซื้อ” เป็นคำพูดแรกๆเลยที่ผมเข้ามาอยู่ในวงการประกันชีวิต หมายความว่า “คนไทยส่วนใหญ่ไม่อยากซื้อประกันชีวิต เพราะคนไทยยังมีทัศนคติและความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของประกันชีวิตไม่มาก ประกันชีวิตสำหรับคนไทยจึงจำเป็นต้องมีพนักงานขาย หรือ ตัวแทนประกันชีวิตไปแนะนำลูกค้า”

แต่กับประกัน Covid19 แม้จะไม่ใช่ประกันชีวิต แต่ก็เป็นประกันที่คุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาลที่คนซื้ออยากซื้อและแย่งกันซื้อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการประกันชีวิตเลยทีเดียว เพราะข้อมูลที่ส่งต่อๆ กันถึงจำนวนคนป่วยที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ ทำให้คนไทยหวาดกลัวและสนใจทำประกัน Covid19 กันมากขึ้น

และผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยก็มีการออกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะมาตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งปัจจุบันมี 14 บริษัท ได้แก่ กรุงเทพประกันภัย, ทิพยประกันภัย, สินทรัพย์ประกันภัย, สินมั่นคงประกันภัย, ฟอลคอนประกันภัย, วิริยะประกันภัย, เอ็มเอสไอจีประกันภัย, ไทยไพบูลย์ประกันภัย, เอไอเอ, เมืองไทยประกันชีวิต, กรุงเทพประกันชีวิต, โตเกียวมารีนประกันชีวิต, พรูเด็นเชียลประกันชีวิต และชับบ์ไลฟ์แอสชัวรันส์

นอกจากนี้ ก็มีหลาย ๆ ธุรกิจที่ไวใช้วิกฤติเป็นโอกาสทำประกันให้ลูกค้าควบคู่ไปกับการขายสินค้า เช่น บล. เอเซีย พลัส ที่ทำประกันโควิด-19 สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหรือตราสารหนี้ตลาดรอง มูลค่า 5 แสนบาทขึ้นไป, ค่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ให้ฟรีประกันภัยโควิด-19 เมื่อซื้อรถมิตซูบิชิเอ็กซ์แพนเดอร์, ธนาคารกสิกรไทย ที่มอบประกันโควิด-19 ให้ลูกค้า K PLUS ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ฟรี วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท ชดเชยรายได้ 1,000 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วัน, กรุงศรี ออโต้ ที่ทำประกันภัยโควิด-19 คุ้มครองนาน 12 เดือน สำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อและทำสัญญาในทุกผลิตภัณฑ์ ระหว่างวันที่ 10 มี.ค.-10 เม.ย. 63 เป็นต้น

ประกัน Covid19 เป็นอย่างไร

ประกัน Covid19 เป็นกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอายุการรับประกันระยะสั้นเพียง 1 ปี และรับประกันโรคแบบเฉพาะเจาะจง คือ การเจ็บป่วยที่เกิดจาก Covid19

หากจะซื้อประกัน Covid19 ก็ต้องศึกษาความคุ้มค่า คือ

• เบี้ยที่จ่าย
• ความคุ้มครองที่ได้รับ ทั้งรูปแบบความคุ้มครอง และวงเงินคุ้มครอง เพราะจะมีความคุ้มครองบางอย่างที่เราอาจมีโอกาสเจอน้อย หรือ เรามีความคุ้มครองอยู่แล้วจากสวัสดิการหรือประกันที่มีอยู่ ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้
• เงื่อนไขการคุ้มครอง

ความคุ้มครองที่ควรพิจารณา

โดยทั่วไปประกัน Covid19 จะให้ความคุ้มครองในหลายเรื่อง ดังนี้

1. “เจอ จ่าย จบ” คือหากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค Covid กรมธรรม์ก็จะจ่ายเงินก้อนให้เราทันที จากนั้นความคุ้มครองจะสิ้นสุดลงทันที วงเงินคุ้มครองมีตั้งแต่ 30,000-100,000 บาท กรมธรรม์แบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีประกันสุขภาพ แต่ห่วงว่าวงเงินที่มีอยู่อาจจะไม่เพียงพอในการรักษาวงเงินคุ้มครองสูง

2. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล โดยทั่วไปจะให้ความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายในวงเงินที่กำหนดไว้ อย่างเช่น คุ้มครองวงเงินค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายตามจริงสูงสุด 100,000 บาทต่อปี โดยวงเงินค่ารักษาพยาบาลจะเป็นวงเงินต่อปี เช่น เราซื้อกรมธรรม์ที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ครั้งแรกได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล มีค่าใช้จ่าย 25,000 บาท เรายังเหลือวงเงินอีก 25,000 บาท ที่ยังสามารถใช้ได้อีกภายใน 1 ปีกรมธรรม์ เป็นต้น คนที่ไม่มีประกันสุขภาพ หรือ ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล หรือคนที่มีบัตรทองแต่อยากรักษาโรงพยาบาลเอกชน ก็ควรเลือกประกัน Covid19 ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลด้วย เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลรู้ๆกันอยู่ แพงมากๆๆๆๆๆ อย่างน้อยวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลน่าจะไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท จะได้สบายใจ

3. ชดเชยกรณีโคม่า คือ จะคุ้มครองก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันอยู่ในภาวะโคม่า หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว หรือการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย รุนแรง และแพทย์ลงความเห็นว่าไม่มีวิธีรักษาให้หายได้ และ/หรือเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตโดยมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส เช่น ถ้าซื้อประกันที่มีความคุ้มครองกรณีโคม่า และกำหนดวงเงินคุ้มครองกรณีโคม่าไว้ 2 ล้านบาท หากโคม่า ก็จะได้รับเงินก้อนชดเชย 2 ล้านบาทเลย

4. ชดเชยรายวัน โดนจะได้ค่าชดเชยในกรณีที่เรานอนโรงพยาบาลและไม่สามารถไปทำงานได้ (ไม่เกี่ยวกับกรณีกักบริเวณที่บ้านนะ) ซึ่งประกันแต่ละที่ก็จะชดเชยเป็นจำนวนเงินต่อวันไม่เท่ากัน อยู่ระหว่าง 300 – 2000 บาท/วัน จำนวนวันก็ไม่เท่ากันจะอยู่ที่ประมาณ 14 – 15 วันต่อปีกรมธรรม์ อย่างเช่น ถ้าจำนวนวันสูงสุดที่จะได้รับเงินชดเชยรายวันอยู่ที่ 15 วัน เรานอนโรงพยาบาลเพราะป่วย Covid และได้รับเงินชดเชยไปแล้ว 7 วัน เราจะเหลือสิทธิที่จะได้รับเงินชดเชยรายวันจากการป่วยนอนโรงพยาบาลจากการป่วย Covid อีก 8 วัน ถ้านอนโรงพยาบาลนานกว่านั้น ส่วนที่เกินกว่าจำนวนวันที่คุ้มครองก็ไม่ได้รับเงินชดเชย

5. คุ้มครองกรณีเสียชีวิต บางที่จะให้ความคุ้มครองที่เป็นเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วย

ข้อควรคำนึงในการซื้อประกัน Covid19

• การเลือกซื้อประกันก็ต้องเลือกตัวที่คุ้มกับเบี้ยที่เราจ่ายมากที่สุด พูดง่ายๆ ให้ความคุ้มครองหลายอย่างมากสุด วงเงินคุ้มครองสูงสุด แต่ของฟรีไม่มีในโลก ยิ่งเราเลือกประกันที่มีความคุ้มครองหลายอย่างมากเท่าไหร่ วงเงินคุ้มครองมากเท่าไหร่ เบี้ยประกันก็ยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นควรเลือกความคุ้มครองที่เรามีโอกาสได้ใช้เยอะ จะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

• และอีกอย่างที่ควรคำนึงก็คือ ความคุ้มครองบางอย่างจะจ่ายตามจริงเท่านั้น อย่างเช่น ค่ารักษาพยาบาล ต่อให้วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลรวมทุกกรมธรรม์เป็นหลักล้าน ประกันก็จะให้ความคุ้มครองตามบิลเรียกเก็บตามจริงที่ออกโดยโรงพยาบาลเท่านั้น และไม่สามารถเบิกบิลค่ารักษาซ้ำซ้อนได้ ตัวอย่างเช่น หากเราป่วยด้วย Covid มีค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท และเรามีประกันสุขภาพทั่วไป วงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท มีประกัน Covid19 ที่มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 100,000 บาท เราก็จะเบิกประกันได้แค่ 50,000 บาทเท่านั้น เท่ากับเราต้องเลือกว่าจะเบิกค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพหรือประกัน Covid19 อย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนั้น ถ้าเรามีประกันสุขภาพที่มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อประกัน Covid19 ที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หรือ ถ้าจะคิดซื้อประกัน Covid19 หลายเล่ม ก็อย่าซื้อประกัน Covid19 ที่มีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเยอะ เพราะอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์ เว้นแต่ความคุ้มครองที่เราจะได้รับจริงตามวงเงินคุ้มครอง เช่น ชดเชยกรณีตรวจเจอโรค (เจอ จ่าย จบ) กับชดเชยรายวัน ฯลฯ ความคุ้มครองกรณีนี้ เราจะซื้อประกันกี่เล่มก็ได้ ก็จะได้รับความคุ้มครองจากทุกกรมธรรม์ที่ซื้อ อย่างเช่น ซื้อประกัน Covid19 แบบเจอ จ่าย จบ 2 เล่ม คุ้มครองกรณีตรวจพบโรคเล่มละ 50,000 บาท ถ้าเราเป็นโรคก็จะได้รับเงินชดเชยจากทั้ง 2 กรมธรรม์รวม 100,000 บาท

• เงื่อนไขความคุ้มครอง เนื่องจากการทำประกัน คือ การโอนความเสี่ยงจากเราไปสู่บริษัทประกัน บริษัทประกันก็จะกำหนดเงื่อนไขการรับประกัน โดยแต่ละประกันก็จะกำหนดเงื่อนไขต่างกัน เวลาซื้อ เราก็ควรเลือกประกันที่กำหนดเงื่อนไขน้อยที่สุด เงื่อนไขความคุ้มครองที่กำหนด ก็มี

o เงื่อนไขไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (รวมถึงภาวะแทรกซ้อน) ก่อนการเอาประกันภัยและยังมิได้รักษาให้หายขาด ดังนั้นหากเรามีอาการสำแดงเข้าข่ายต้องสงสัย หรือมีความเสี่ยงติดเชื้อ ณ วันก่อนเริ่มทำประกัน ก็เสี่ยงที่จะถูกบอกเลิกกรมธรรม์ หรือบริษัทประกันจะปฏิเสธจ่ายความคุ้มครองเมื่อตรวจพบเชื้อในภายหลัง เงื่อนไขนี้มีทุกกรมธรรม์

o มีระยะเวลารอคอยจากการเจ็บป่วยด้วย Covid 14 วัน บางที่มีระยะเวลารอคอยนับจากวันที่กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับเป็นครั้งแรก บางที่ก็ไม่มีระยะเวลารอคอย บางที่อาจกำหนดระยะเวลารอคอยเฉพาะกรณีเดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงที่ภาครัฐระบุไว้ แต่หากซื้อประกันภัย Covid19 แล้ว ภายหลังต้องเดินทางไปต่างประเทศ หลังกลับมาหากมีการติดเชื้อ ก็ไม่ต้องมีระยะรอคอย 14 วัน สามารถเข้ารักษาตัวได้เลย เคลมประกันได้เลย

อย่างไรก็ตาม หากจะซื้อประกัน Covid19 ก็อย่าลืมดูเงื่อนไขความคุ้มครองต่างๆ เพิ่มเติมด้วย อย่างเช่น บางที่กำหนดเงื่อนไขผู้เอาประกันต้องไม่มีประวัติเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยเป็นเวลา 30 วันก่อนวันที่กรมธรรม์จะมีผลบังคับ (แต่กรณีซื้อประกัน Covid19 แล้ว ภายหลังต้องเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตามสามารถเคลมได้ตามแผนประกันภัยที่เลือกซื้อไว้ โดยหากผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาที่ต่างประเทศ ก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วขอใบเสร็จและใบรับรองแพทย์ที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเพื่อนำกลับมาเคลมที่ประเทศไทยภายหลัง) บางที่สงวนสิทธิไม่รับประกันกลุ่มคนบางอาชีพที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น บุคคลากรทางการแพทย์ พนักงานท่าอากาศยาน สจ๊วต แอร์โฮสเตส เป็นต้น หรือคนที่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถทำได้

การซื้อประกัน Covid19 แค่ช่วยลดความเสียหายทางการเงินกรณีเราเป็นโรคเท่านั้น ไม่ใช่ยันต์หรือของขลังที่จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ การบริหารความเสี่ยงจาก Covid19 ที่ดีที่สุด คือ การป้องกันตนเองอย่าให้ติดโรคจะดีที่สุด “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันดีกว่า