Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

บลจ.ทาลิสมองหุ้น Q2/63 ผันผวนสูง เน้นบริหารเชิงรุกหากำไรช่วงโควิด

บลจ.ทาลิสมองหุ้น Q2/63 ผันผวนสูง เน้นบริหารเชิงรุกหากำไรช่วงโควิด

HoonSmart.com>> บลจ.ทาลิส มองหุ้นไตรมาส 2 ผันผวนสูง จับตา COVID-19 ระบาดระลอก 2 แนะลี่ยงลงทุนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ใช้เวลาฟื้นตัวนาน มองบริหารการลงทุนแบบ Active เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนท่ามกลางโควิดได้ดีกว่า Passive ส่วนดอกเบี้ยต่ำอีกนาน แนะลงทุนได้ 3-5 ปี จังหวะเข้าซื้อหุ้น

ฉัตรพี ตันติเฉลิม

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้เกิดการ lock down ส่งผลให้เศรษฐกิจหยุดชะงักทั่วโลกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนแทบทุกธุรกิจได้รับผลกระทบในทางลบ บริษัทต่างๆ จะต้องปรับตัวให้สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะการณ์ใหม่ที่เรียกว่า New Normal การบริหารจัดการลงทุนนั้นจะต้องเปลี่ยนแปลงเช่นกัน การคัดเลือกการลงทุนโดยเฉพาะภายในสองปีนับจากนี้จะมีความยากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอยู่ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนแปลงปรับตัวสู่ New Normal ซึ่งบลจ. ทาลิส เชื่อว่าการบริหารการลงทุนแบบ Active จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการบริหารแบบ Passive

สำหรับบลจ.ทาลิส เน้นการบริหารการลงทุนในหุ้นแบบ Active จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยสามารถใช้บริการได้ในสองรูปแบบคือ การจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งบลจ.ทาลิส จะเสนอนโยบายการลงทุนที่ตอบโจทย์โดยเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย หรือลงทุนในกองทุนรวมหุ้นของ บลจ.ทาลิส ที่มีให้เลือก 5 นโยบาย ได้แก่ กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible), กองทุนรวมตราสารทุน (Equity), กองทุนตราสารทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล (Dividend payment), กองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (Mid-Small cap) และ กองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG)

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในมุมของผู้ลงทุน คือ การปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่จะอยู่ในระดับต่ำแบบนี้อีกยาวนาน ดังนั้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การฝากเงินระยะยาวหรือการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจะได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างมาก ดังนั้นหากต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นจะต้องพิจารณาเรื่องการจัดสัดส่วนการลงทุนใหม่ซึ่งหมายถึงต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเพื่อโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

“ในช่วงเวลานี้ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในบางธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน ดังนั้นการบริหารแบบ Active น่าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ดีกว่าการบริหารแบบ Passive ซึ่งอาจมีข้อจำกัด ทำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในธุรกิจนั้นไม่ได้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว

ในส่วนผลตอบแทนของกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ. ทาลิส ระหว่าง ก.พ. และ มี.ค. 63 ปรับตัวลงพร้อม SET Index ที่ปรับตัวลงมาจากผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่วงตั้งแต่เดือน เม.ย. ผลตอบแทนได้ปรับตัวดีขึ้น จากการประเมินและปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ โดยการคัดเลือกลงทุนในบริษัทที่จะสามารถมีผลประกอบการฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

ประะภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์

ด้านนายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการบริหารจัดการกองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.ทาลิส ว่า ในส่วนของกองทุนตราสารหนี้นั้น ยังดำเนินไปตามปกติ โดยผู้จัดการกองทุนยังคงบริหารจัดการกองทุนภายใต้นโยบายลงทุนตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน พร้อมๆ กับการประเมินสภาพตลาดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ลงทุนมากที่สุด

ในขณะที่กองทุนหุ้น บริษัทยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนเป็นหลัก โดยจะพิจารณาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม ว่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มากน้อยแค่ไหน และผลกระทบนั้นกินระยะเวลาที่ยาวนานแค่ไหน โดยจะพิจารณาประกอบไปกับโอกาสของการฟื้นตัว กรณีที่สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายลง และเนื่องจากแต่ละธุรกิจ แต่ละอุตสาหกรรม ได้รับผลกระทบแตกต่างกัน ดังนั้นผู้จัดการกองทุนจึงมีการประเมินและวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นอย่างละเอียด

ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส ยังประเมินสถานการณ์การลงทุนในช่วงไตรมาส 2 ด้วยว่า ขณะนี้ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง แม้ที่ผ่านมารัฐบาลของหลายประเทศทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะพยายามออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าในแง่ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวยังถือเป็นปัจจัยใหญ่ที่ต้องติดตาม

ในขณะเดียวกันความซบเซาทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจที่จะส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาส 2 ก็ต้องติดตามด้วย เบื้องต้นคาดว่ามีแนวโน้มที่จะลดลงกว่าในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งถือเป็นปัจจัยเชิงลบต่อตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการดูแลภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐ เป็นหนึ่งในปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บ้าง

“บลจ. ทาลิส ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยในไตรมาสที่ 2 จะยังคงมีความผันผวน เพราะขณะนี้ตลาดยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการแพร่ระบาดจะคลี่คลายหรือไม่ หรือโอกาสในการแพร่ระบาดระลอก 2 จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ที่สำคัญความเสี่ยงของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 ที่จะลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสแรกเป็นปัจจัยลบต่อดัชนีแน่นอน ซึ่งต้องติดตามต่อว่าหลังจากนี้ภาครัฐจะมีมาตรการฟื้นเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอย่างไร”นายประภาส กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส ย้ำว่า กลยุทธ์การลงทุนของ บลจ.ทาลิส ยังคงให้น้ำหนักกับการคัดเลือกธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดี มีงบการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถเติบโตได้ดี ไม่ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะผ่านไปช้าหรือเร็ว พร้อมกับย้ำด้วยว่า ในทุกวิกฤตยังมีโอกาสทางการลงทุนเสมอ ดังนั้นหากนักลงทุนที่ลงทุนกับ บลจ.ทาลิส สามารถมองกรอบการลงทุนระยะยาวได้ไกล 3-5 ปี ถือว่าที่ระดับดัชนีปัจจุบันเป็นช่วงโอกาสที่เหมาะสมแก่การลงทุนในระยะกลางและยาวอย่างมาก