Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

บจ.กำไรทรุด 60% เหลือ 98,524 ลบ. ‘ยอดขาย-มาร์จิ้นร่วง’ หนี้เพิ่ม Q1/63

บจ.กำไรทรุด 60% เหลือ 98,524 ลบ. ‘ยอดขาย-มาร์จิ้นร่วง’ หนี้เพิ่ม Q1/63

HoonSmart.com>>บริษัทจดทะเบียนผลงานตกทุกตัว ไตรมาส 1/2563 กำไรจากการดำเนินงาน 124,929 ล้านบาท -52.6% กำไรสุทธิ 98,524 ล้านบาท ลดลง 60.5% หากไม่รวมพลังงาน-ปิโตรเคมีที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันอย่างหนัก กำไรสุทธิลดลงเพียง 25.2%  มียอดขายรวม 2.68 ล้านล้านบาท ลดลง 4.3% อัตรากำไรหดตัว 22.2% เป็น 18.9% “หมวดอาหาร-เครื่องดื่ม “โตทั้งยอดขาย-มาร์จิ้น ส่วนบจ. mai มีกำไร 717 ล้านบาท รูดลง 58.58%

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/2563 บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ใน SET มียอดขายรวม 2.68 ล้านล้านบาท ลดลง 4.3% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 124,929 ล้านบาท ลดลง 52.6% และมีกำไรสุทธิ 98,524 ล้านบาท ลดลง 60.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนดัชนีชี้วัดความสามารถการทำกำไรของบจ.ลดลงในทางเดียวกัน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ลดลงจาก 22.2% เป็น 18.9% อัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก ลดลงจาก 9.4% เป็น 4.7% และมีอัตรากำไรสุทธิ ลดลงจาก 8.9% เป็น 3.7%

บจ.ได้รับผลกระทบทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากปลายปี 2562  เกิดปัญหาอุปทานน้ำมันล้นตลาดและเกิดสงครามราคาน้ำมันจากกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ทำให้บริษัทในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ขณะที่เศรษฐกิจไทยที่ซบเซา การบริการจัดการยอดขายและต้นทุนการตลาดเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก จึงกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานหลักและกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อน

นายแมนพงศ์กล่าวว่า บจ.มีกำไรลดลง จึงมีการจัดหาสภาพคล่องสำรองมากขึ้น มีการใช้หนี้สินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.53 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 สูงขึ้นจาก 1.27 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 /2562

สำหรับหมวดธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเติบโตได้ดี คือ หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้ผลบวกทั้งด้านยอดขายและอัตรากำไรที่สูงขึ้น เช่น อาหารสด และปศุสัตว์ รวมถึงเครื่องดื่ม และหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ซึ่งเติบโตจากสินเชื่อส่วนบุคคล และหมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ได้ผลบวกจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง

บริษัทที่แจ้งผลงานครั้งนี้ มี 470 บริษัทที่มีกำไรสุทธิ คิดเป็น 70.0% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมดจำนวน 671 บริษัท หรือคิดเป็น 97.25% จากทั้งหมด 690 บริษัท

ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มียอดขายรวม 42,132 ล้านบาท ลดลง 1.56% มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 1,455 ล้านบาท ลดลง 27.5% และมีกำไรสุทธิ 717 ล้านบาท ลดลง 58.58 % จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

อ่านข่าว

บจ. mai ไตรมาสแรก/63 กำไร 717 ล้านบ. ลดฮวบ 58%