Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ศูนย์วิจัยกสิกร หั่น GDP ลงลึก -6% คาดเงินบาทแข็งชั่วคราว

ศูนย์วิจัยกสิกร หั่น GDP ลงลึก -6% คาดเงินบาทแข็งชั่วคราว

HoonSmart.com>>บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดคาดการณ์ GDP  ปีนี้ลงเป็น -6% จากเดิมคาดไว้ -5% ส่งออกหดตัว 6.1%  รัฐและเอกชนเลื่อนการลงทุน การว่างงานแตะ 1 ล้านราย กระโดดจาก 4 แสนราย ท่ามกลางความเสี่ยง-ความไม่แน่นอนในไทยและต่างประเทศยังมีอยู่มาก  คาดค่าเงินบาทแข็งระยะสั้นระดับ 31.5-32 บาท/ดอลลาร์

น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะหดตัวลึกขึ้นจากเดิมที่คาด -5% มาเป็น -6% เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่เห็นการฟื้นตัวขึ้นได้เร็ว แม้ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 เพิ่มขึ้นมาแล้วก็ตาม และเศรษฐกิจในต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน ความเสี่ยงจากสงครามการค้า รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯที่เผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน หากเศรษฐกิจต่างประเทศยังคงชะลอตัวจะมากระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่จะหดตัวลงเพิ่มขึ้นอีกเป็น -6.1% จากเดิมที่คาดว่า -5.6%

ในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ การลงทุนต่างๆชะลอตัวลง ภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มเลื่อนออกไป โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่อาจจะมีความล่าช้าในการลงทุนบางโครงการ เอกชนส่วนใหญ่พักแผนการลงทุน เพื่อรอดูสถานการณ์

ภาคการบริโภคครัวเรือน มีแนวโน้มชะลอตัว และการว่างงานที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นมาแตะระดับ 1 ล้านราย จากเดิมที่อยู่ระดับ 400,000 ราย จะกระทบต่อกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยลดลง เศรษฐกิจในต่างประเทศยังไม่ฟื้นตัวกลับมากี  ภาคธุรกิจและนายจ้างยังไม่สามารถกลับมาจ้างลูกจ้างเข้ามาทำงานได้เหมือนก่อนช่วงเกิดโควิด-19 เนื่องจากยังคงต้องควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทำให้จำนวนผู้ว่างงานยังคงมีจำนวนที่สูงอยู่

อย่างไรก็ตามจะต้องรอติดตามว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังนี้อย่างไร

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีช่องว่างในการปรับลดได้อยู่ หลังจากลงมาเหลือ 0.5% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในประวัติการณ์ หากสถานการ์ณยังไม่เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น และกดดันต่อเศรษฐกิจ

ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นรวดเร็วที่ระดับ 31.60 บาท/ดอลลาร์ เป็นผลมาจากปัจจัยชั่วคราวที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า ตลาดมองสงครามการค้าที่สหรัฐฯออกมาตราการกับจีนไม่มีเพิ่มมากขึ้น ตลาดรับรู้ไปแล้วและมีการเทขายเงินดอลลาร์ออกมา และในช่วงที่ผ่านมามีความต้องการเงินบาทมากจากผู้ส่งออกในประเทศที่มีการส่งออกสินค้าไปขาย และต้องแลกเงินบาทกลับมา ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น

” เงินบาทยังมีความผันผวนอยู่จากความไม่แน่นอน แต่ยังมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าได้จากแนวโน้มของดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2563 ที่ยังเป็นบวก ดึงดูดเงินจากต่างชาติเข้ามาพัก ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทยังแข็งค่าได้ในระดับ 31.5-32 บาท/ดอลลาร์” น.ส.ณัฐพร กล่าว

นอกจากนี้ในภาวะปัจจุบันที่ทุกคนเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน จะเริ่มเห็นการให้ความสำคัญกับการออม และการป้องกันความเสี่ยง  โดยเฉพาะการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีเงินฝากเข้ามาในระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 4-5 แสนล้านบาท เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยและรักษาเงินต้นในภาวะที่เกิดความผันผวนที่กระทบต่อการลงทุนอื่นๆ และเงินฝากถือเป็นช่องทางที่มีสภาพคล่องมากกว่าการนำเงินไปลงทุนในช่องทางการลงทุนอื่นๆ