MINT น่าสนใจกว่า ERW หุ้นวิ่งฉิว รับโรดโชว์ปลุกความมั่นใจ

HoonSmart.com>>ในช่วงนี้ นักวิเคราะห์แนะนำหุ้นหลายตัวที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐบาล ในส่วนธุรกิจโรงแรม พุ่งเป้าไปที่บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา( CENTEL) โดยไม่สนใจหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เลย แต่ปรากฎว่า หุ้น MINT กลับร้อนแรงมากกว่า เป็นเพราะเหตุใด

วันที่ 9 มิ.ย. 2563 หุ้นโรงแรมปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้า รับข่าวรัฐบาลมีนโยบายออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังจากผ่อนคลายล็อกดาวน์ ทยอยเปิดธุรกิจ เปิดสนามบิน แต่ราคาหุ้นวิ่งล่วงหน้ามาตั้งหลายวันแล้ว มาถึงตอนนี้เริ่มหมดแรงและมีคำถามว่ารับข่าวดีมากเกินไปหรือไม่ คำตอบว่าใช่ เมื่อเห็นราคาหุ้นสูงกว่าราคาเฉลี่ยและราคากลางที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ใน 12 เดือนข้างหน้า

ยกตัวอย่างเช่น ERW กระโดดมาจากราคาระดับต่ำสุด 1.96 บาท เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ขึ้นมายืนเหนือ 4 บาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ให้ราคากลางอยู่ที่ 2.76 บาท ราคาเฉลี่ย 3.01 บาท โดยบล.ธนชาตให้เป้าหมายถึง 4.80 บาท ต่างกันมากเมื่อเทียบกับ บล.เอเซียพลัส ให้แค่ 2 บาทเท่านั้น

เช่นเดียวกับหุ้น MINT ราคาซื้อขายที่ 23.90 บาท เทียบกับราคากลางที่ 16.60 บาท ราคาเฉลี่ย 18.53 บาท บล.ไทยพาณิชย์ให้เป้าหมาย 28 บาท เกือบเท่าตัวกับที่บล.ธนชาตให้มูลค่าเพียง 15 บาท

หากให้เลือกลงทุนในหุ้น 2 ตัวนี้  พบว่า MINT โดดเด่นกว่า ERW เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัดส่วนราคาต่อกำไร( P/E) ,สัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV)  รวมถึง อัตราตอบแทนจากทรัพย์สิน (ROA) และ อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) รวมถึงโครงสร้างธุรกิจและการเงิน แต่ทั้งสองบริษัทยังมีความเสี่ยงเรื่องขาดทุนหนักต่อในไตรมาส 2/2563 แต่น่าจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

MINT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในช่วงกลางเดือนพ.ค.เริ่มเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจจากการที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดประเทศ และเปิดพรมแดน บริษัทคาดว่าการฟื้นตัวของธุรกิจจะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.ตลอดจนถึงสิ้นปี เนื่องจากโรงแรมต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัทเริ่มกลับมาเปิดให้บริการ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารเริ่มมีการใช้พื้นที่บริการตามร้านสาขาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี แนวโน้มการฟื้นตัว อาจเป็นไปในทางตรงกันข้าม หากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม หรือเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหม่

สาเหตุสำคัญที่ทำให้หุ้น MINT ดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลุย  จนราคาวิ่งขึ้นมาแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 9 มิ.ย. ขึ้นไปจ่อซิลลิ่งที่ 26.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดของวัน เป็นเพราะบริษัทเดินสายโรดโชว์พบกองทุนหลายแห่ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่น เตรียมความพร้อมในการระดมทุน 2 หมื่นล้านบาท จากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และการออกหุ้นกู้คล้ายทุน (Perpetual bond) อีก 1 หมื่นล้านบาท รวมถึงการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ครั้งที่ 7 (MINT-W7) วงเงิน 5 พันล้านบาท ที่จะมีการแปลงสภาพในช่วง 3 ปีตั้งแต่ปี 2563-2565

” บริษัทกำหนดสูตรการขายหุ้น  6.45 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ แถม MINT- W7 สัดส่วน 17 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 วอร์แรนต์ แต่ยังไม่กำหนดราคาขาย เพียงแต่ตีกรอบกว้างว่าจะให้ส่วนลด 15% ของราคาเฉลี่ย 7 – 15 วันก่อนกำหนดราคา ในช่วงนี้จึงจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลโรดโชว์ เพื่อสร้างความมั่นใจ และเชิญชวนให้นักลงทุนรายใหญ่ และสถาบันเข้ามาซื้อหุ้นในกระดาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาหุ้นขายหุ้นเพิ่มทุน ในไตรมาส 3 ”

ด้านบล.โนมูระ พัฒนสินออกบทวิเคราะห์ ว่า ททท.เตรียมสรุปมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เสนอคลังในสัปดาห์นี้ โดยอาจจะเป็นการพิจารณาแจกเงินให้เปล่า การให้ Voucher ส่วนลด หรือ มาตรการชิมช็อปใช้อย่างที่เคยออกไป โดยจะใช้ในช่วง ก.ค.-ต.ค. เพื่อเยียวยาภาคท่องเที่ยวจากผลกระทบของโควิด-19 เป็นบวกต่อ ERW, CENTEL, SPA

บล.ทิสโก้คาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์จากรัฐเล็งกระตุ้นท่องเที่ยว หุ้นเด่นได้แก่ ERW, CENTEL, BJC, CPALL

ส่วนหุ้นรับอานิสงส์รัฐบาลทยอยเปิดเศรษฐกิจ และราคายังมี upside ชอบ CPALL, HMPRO, BEM, BTS

“วิลาสินี บุญมาสูงทรง”ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยคัด 5 หุ้นที่น่าจับตา ได้แก่ ERW, CENTEL, AOT, AAV และ BA ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการออกแพ็กเกจกระตุ้นการท่องเที่ยว

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะยังไม่ได้เสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 มิ.ย. เนื่องจากจะเสนอแพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” ให้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ก่อน

เชื่อว่าหุ้นโรงแรมและหุ้นที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวยังมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่อง รอครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นว่าจะออกมามากน้อยแค่ไหน