STI คาดรายได้ปี 63 แตะ 1.3-1.5 พันลบ. ดัน Backlog ทะลุ 5 พันลบ.

HoonSmart.com>> “สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์” คาดรายได้ปี 63 แตะ 1.3-1.5 พันล้านบาท หลังเข้าซื้อกิจการบริษัท AEC หนุนเติบโตก้าวกระโดด โต 80% ตามเป้า หวังตุน Backlog เพิ่มแตะ 5 พันล้านบาท ลุ้นประมูลโครงการใหม่ ส่วนแผนซื้อกิจการเพิ่มคาดสรุปได้ภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้ารายได้ 5 ปีโตไม่ต่ำกว่า 10%

สมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์

นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ (STI) เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่ารายได้ปี 2563 แตะ 1,300-1,500 ล้านบาท เติบโต 80% ตามเป้า หลังจากซื้อบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ (AEC) ทำให้การเติบโตก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่ 727.28 ล้านบาท รวมถึงยอด Backlog คาดว่าจะแตะ 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบันยอดรวมที่ 4,723.08 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ออกมาทั้งจากภาคเอกชน อาทิเช่นโครงการอาคารสำนักงาน และโครงการประเภทการใช้ที่ดินแบบผสมผสาน (mixed use) ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาอยู่ จำนวน 6-7 โครงการ โดยมีสัดส่วนที่เป็นงานของบริษัทฯ มูลค่าโครงการละประมาณ 300-400 ล้านบาท ของมูลค่าทั้งหมด รวมถึงโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาอยู่ 3-4 โครงการ ที่จะทยอยรู้ผลการประมูลในข่วงที่เหลือของปีนี้

ด้านรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท AEC กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐบาลได้มีการชะลอออกไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่หลังจากนี้เชื่อว่าภาครัฐจะเร่งผลักดันโครงการต่างๆออกมา อาทิเช่น โครงการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ ที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนของโครงการต่างๆออกมาในข่วงที่เหลือของปีนี้

“ในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคสิด-19 อาจจะส่งผลกระทบไปในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ STI เองไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีงานโครงการต่างๆที่อยู่ในมือต้องดำเนินการต่อเนื่อง ประกอบกับการชะลอตัวของโครงการขนาดเล็กและขนาดกลาง ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างลดลงราว 10-15% ดังนั้นโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชนจึงเร่งดำเนินการต่อเนื่อง เราจึงได้รับปัจจัยหนุนจากในส่วนนี้ด้วย” นายสมเกียรติ กล่าว

ขณะที่แนวโน้มในช่วง 5 ปี ข้างหน้า (2564-2568) ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% มาจากการรับรู้รายได้จากบริษัท AEC เต็มปี และรายได้ของบริษัทที่โตต่อเนื่อง รวมถึงการลดต้นทุนภายในบริษัท 2 บริษัท การจัดการบริหารพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีแผนซื้อกิจการเพิ่ม ที่จะสร้างการเติบโตให้แก่บริษัทฯในอนาคต ลักษณะธุรกิจประเภทควบคุมงานก่อสร้าง ขนาดกลาง โดยเป็นบริษัทที่มีกำไรโตต่อเนื่อง และมั่นคง พื้นฐานดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนเข้าตรวจสอบสถานะทางการเงิน ตามแผนเบื้องต้นคาดจะได้ข้อสรุปในปีนี้