Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ดีบีเอสฯชู 9 หุ้นปันผลสูง DTAC ครึ่งปีนี้จ่ายแค่ 87สต.

ดีบีเอสฯชู 9 หุ้นปันผลสูง DTAC ครึ่งปีนี้จ่ายแค่ 87สต.

HoonSmart.com>>ดอกเบี้ยต่ำอีกนาน เฟ้นหาหุ้นปันผลสูงเข้าพอร์ต บล.ดีบีเอสฯแนะนำ 9 ตัวที่มีพื้นฐานแกร่งด้วย AP,INTUCH,SC,BTS,HANA,PTT,DRT,RJH, TISCO บล.เอเซียพลัสชอบ INTUCH, SCCC, DCC ได้ผลตอบแทน 4-5% ล่าสุด DTAC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.87 บาท ลดลงจากกลางปีก่อนแจก 1.26 บาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นปันผลสูง โดยแนะนำหุ้น 9 ตัวที่มีปันผลโดดเด่นและมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี เช่น AP,INTUCH,SC ,DRT และ TISCO คาดปีนี้ให้อัตราผลตอบแทนปันผลเท่ากับหรือมากกว่า 4% ต่อปี แม้ว่าธุรกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และล็อกดาวน์ก็ตาม จากภาวะปกติให้สูงกว่านี้ อาทิ SC และ TISCO ให้ 7-8%

ปัจจุบันนักลงทุนควรมีหุ้นปันผลสูงไว้ในพอร์ต ด้วย 2 เหตุผลคือ 1. ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ในยามวิกฤตและตลาดผันผวน ทำให้พอร์ตขาดทุนมากจนขายหุ้นไม่ได้ เพราะติดสูง อย่างน้อยก็ได้รับเงินปันผลเข้ามาเป็นระยะ และ2.ลดความเสี่ยงพอร์ต หุ้นปันผลบางตัวมีค่า Beta ต่ำมากจริงๆ เป็นที่ต้องการของนักลงทุนในช่วงตลาดหุ้นซบเซา ขณะเดียวกันคนที่มีหุ้นก็กอดเอาไว้เพื่อรับปันผล อย่างไรก็ตามจังหวะในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ หากต้องการผลตอบแทนจากราคาหุ้นและเงินปันผล

บล.ดีบีเอสฯระบุหุ้นปันผลสูงที่ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย 5 ด้านคือ 1.ต้องมีธุรกิจมั่นคง มีเสถียรภาพ เติบโตได้ใน New Normal 2. ฐานะการเงินแข็งแกร่ง หนี้สินสุทธิไม่สูง หรือเป็นเงินสดสุทธิ3. ไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก4. บริหารงานอย่างโปร่งใส และผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ สามารถนำพาธุรกิจให้เดินหน้าไปได้ในระยะยาว และ 5.จ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานที่แท้จริง ไม่ได้กู้เงินมาจ่ายปันผลสูงๆ

ด้าน บล.เอเซีย พลัส คาดว่ากนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี เหลือ 0.25% และน่าจะคงไว้อีกระยะหนึ่ง ถือว่าส่งผลดีต่อตลาดหุ้น นักลงทุนมีโอกาสโยกย้ายเงินเข้ามาลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่การจัดพอร์ตจำเป็นต้องพิถีพิถันในการเลือกหุ้น แนะนำผสมผสานระหว่างหุ้นปันผลสูงเฉลี่ย  4- 5% ต่อปี ชอบ INTUCH, SCCC, DCC และหุ้นเติบโตเด่นช่วงครึ่งปีหลัง ชอบ STA, STGT, SPVI และ CPF

ในส่วนหุ้น INTUCH ให้มูลค่าเหมาะสม 70 บาท เป็นหนึ่งในหุ้น Defensive ที่ได้แรงหนุนจากที่ ธปท.ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล คาดเห็นเม็ดเงินโยกย้ายมาสู่หุ้นปันผลสูงอย่าง INTUCH มากขึ้น อีกทั้งภาพระยะยาวที่ยังดูมั่นคงตามบริษัทลูกอย่าง ADVANC (ถือหุ้น 40.45%) และได้ประโยชน์จากธุรกิจของ THCOM ที่แนวโน้มการเปลี่ยนธุรกิจดาวเทียมจากสัมปทาน มาอยู่บนระบบใบอนุญาตยาวนานกว่า 30 ปี หากพิจารณาทางด้าน Valuation ถือว่าเด่น  คาดหวังผลตอบแทนปันผลเกือบ 4%ต่อปี และมีค่า P/E ปีนี้เพียง 17 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยกลุ่มสูงถึง 23 เท่า

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2/63 มีกำไรสุทธิ 1,888.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 314 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อนทำได้ 1,573.98 ล้านบาท และรวม 6 เดือนแรกปีนี้กำไรสุทธิ 3,390.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 519 ล้านบาทหรือประมาณ 18% จากกำไร 2,871.23 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน

คณะกรรมการบริษัท DTAC มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพียงหุ้นละ 0.87 บาท เป็นเงินจำนวน 2,059 ล้านบาท เทียบกับกลางปี 62 จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.26 บาท เป็นเงิน 2,983 ล้านบาท  และกลางปี 61 จ่ายหุ้นละ 1.01 บาท อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงจ่ายเงินปันผลตามนโยบายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิของบริษัท ซึ่งกลางปีนี้มีกำไรหุ้นละ 1.43 บาท ดังนั้นเงินปันผลที่จ่ายหุ้นละ 0.87 บาท คิดเป็นประมาณ 60.83% ของกำไร หากเทียบกับราคาปิดที่ 38.75 บาท คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 2.25%

สำหรับภาวะตลาดหุ้นวันที่ 15 ก.ค. ดัชนีปรับตัวขึ้นตามต่างประเทศ ปิดที่ 1,354.31 +13.24 +0.99%มูลค่าการซื้อขายรวม 59,689 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,310.48 ล้านบาท นักลงทุนไทยขายสุทธิ 1,183  ล้านบาท ด้านนักลงทุนสถาบันไทยซื้อ 1,461  ล้านบาท และบัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 1,032.30 ล้านบาท หลังจากตลาดเฟดเห็นควรอัดฉีดสินทรัพย์จำนวนมากและต่อเนื่องเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และเห็นว่าอัตราว่างงานจะดีขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดีขึ้น

การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)วันที่ 15 ก.ค. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ -0.1% และควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีใกล้ 0% รวมทั้งคงขนาดมาตรการซื้อสินทรัพย์ และลดคาดการณ์จีดีพีปีงบประมาณ 2563  ลงมาที่ -5.7% ถึง -4.5%  จากประมาณการเดิมในเดือนเมษายนที่ -5.0% ถึง -3.0% และประเมินว่าเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2564 จะกลับมาขยายตัว 3.0%ถึง 4.0% (ค่ากลาง 3.3%)