Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

บล.กสิกรไทยซัด AOTการ์ดตก “ซีจี” สั่งขายหุ้น กดราคาเหลือ 40.50 บาท

บล.กสิกรไทยซัด AOTการ์ดตก “ซีจี” สั่งขายหุ้น กดราคาเหลือ 40.50 บาท

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยทนไม่ไหว เห็น”ท่าอากาศยานไทย”อุ้ม “คิงเพาเวอร์ฯ”เป็นครั้งที่สอง บอร์ดบริหารมีมติช่วยเปลี่ยนวิธีคิดเงินการันตีขั้นต่ำ โดยไม่ขอความเห็นจากผู้ถือหุ้น ให้ส่วนลดคะแนนบรรษัทภิบาล 20% เพราะคาดกระทบหนัก 133,800 ล้านบาท หั่นราคาเป้าหมายลงกว่า 42% จาก70.50 บาท เหลือแค่ 40.50 บาท บล.หยวนต้าปรับลดมูลค่าเหมาะสมเพียง 52.50 บาท บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง แนะรอไปเก็บแถว 40 บาท บล.ฟินันเซียไซรัส ให้หลีกเลี่ยง

บล.กสิกรไทยออกบทวิเคราะห์ ลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นบริษัทท่าอากาศยานไทย (AOT) ลงพรวดเดียวพลิกจาก”ซื้อ”เป็น “ขาย” และปรับลดราคาเป้าหมายลงจาก 70.50 บาทเหลือ 40.50 บาท หรือประมาณ 42.55% คาดผลกระทบจากการลดเงินการันตีขั้นต่ำมากถึง 133,800 ล้านบาท และให้ส่วนลดคะแนนบรรษัทภิบาล 20% (Corporate Governance-CG discount)

ทั้งนี้ บอร์ดบริหาร AOT อนุมัติการเปลี่ยนวิธีการเก็บเงินการันตีขั้นต่ำจากคิงเพาเวอร์ โดยจะอิงจากจำนวนผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงที่จำนวนผู้โดยสารยังต่ำกว่าประมาณการที่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี (KPD) ประเมินไว้ตอนเข้าร่วมประมูล

” เราไม่เห็นด้วยกับ AOT ที่ให้ส่วนลดเงินการันตีขั้นต่ำ โดยไม่เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพราะคาดว่าผลกระทบต่อ AOT จากการให้ส่วนลดครั้งนี้จะมากถึง 133,800 ล้านบาท จะฉุดให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ลดลง 5.3%  โดยคิดว่า AOT น่าจะหาวิธีที่ดีกว่านี้เพื่อชดเชยให้กับทางคิงเพาเวอร์ จากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19″บล.กสิกรไทยระบุ

ส่วนกรณีที่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ (KPS) ไม่สามารถติดต่อพันธมิตรการค้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการเริ่มให้บริการ ทาง  AOT ขยายระยะเวลาในการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ขอดิวตี้ฟรี ตามที่ได้กำหนดไว้ในเฟส 1 ของสัญญาตั้งแต่ 28 ก.ย. 63 – 31 มี.ค. 65 ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการ เนื่องจากบริษัทได้ผ่อนปรนไม่เก็บเงินการันตีขั้นต่ำในช่วงเวลาดังกล่าว

บล.กสิกรไทยระบุว่า การที่ใส่ CG Discount ให้ AOT นั้นมองว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทให้ความช่วยเหลือ คิงเพาเวอร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คิงเพาเวอร์ ไม่ได้ยึดถือสัญญาประมูลสัมปทาน โดยบล.กสิกรไทย จะถอด CG Discount ก็ต่อเมื่อคิงเพาเวอร์แสดงให้เห็นว่าทำตามข้อกำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญา

ด้านฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) กล่าวว่า โอกาสที่ AOT จะได้เงินการันตีขั้นต่ำ ตามสัญญาประมูลก็ต่อเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาที่ระดับ 66 ล้านคน ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นหลังปี 2565 อย่างไรก็ดี คาดระยะยาวผลกระทบจำกัดจากมุมมองนักท่องเที่ยวจะกลับมาที่ระดับสูงสุดใหม่ในปี 67-68 หรือภายใน 5 ปีหลังเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 52.50 บาท แนะนำซื้อขายเก็งกำไร ประมาณการกำไรปกติปี 2562/63 เป็น 2,300 ล้านบาท ลดลง 91% ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และประมาณการกำไรปกติปี 2563/64 ที่ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107% ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2564/65 เป็น 14,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197% ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  แม้ภาพรวมยังอ่อนแอและมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมกดดันการฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่หุ้นใกล้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว AOT เป็นตัวเลือกเด่น หากมีพัฒนาการวัคซีนขณะที่ราคาเหมาะสมกำลังจะถูกปรับขึ้นเมื่อมีการ Roll over ในไตรมาส 3/63 เป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลประกอบการของ AOT มีโอกาสถูกปรับลดลงมากขึ้น หลังการช่วยเหลือลดเงินการันตี ซึ่งจากเดิมกำไรก็ลดลง จากภาคการท่องเที่ยวที่กดดันอยู่แล้ว คาดว่าไตรมาส  3 จะมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ทั้งนี้ยังน่าสนใจ เพราะกิจการการบินในประเทศเป็นสิ่งที่ผูกขาด แนะนำการลงทุนให้มองไประยะกลาง-ยาว คาดว่าราคาจะปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังการรายงานงบในไตรมาส 3 บริเวณประมาณ 40 บาท ในการเข้าซื้อสะสม

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่วาว่า แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้น AOT จากรายได้ทั้งปี 63 ที่จะหายไปพอสมควร และการลดเงินการรันตีขั้นต่ำ ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของ AOT ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม

ด้านราคาหุ้น AOT ปรับตัวลง 1.75 บาทหรือ 3.40% ปิดที่ 49.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายภึง 2,712 ล้านบาทวันที่ 3 ส.ค. 63

ขณะที่นักวิเคราะห์ 15 ราย ให้ราคาเฉลี่ย 57.54 บาท และราคากลาง 60 บาท จากการออกบทวิเคราะห์ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.-31 ก.ค.63 โดยบล.ทิสโก้ เพิ่งออกบทวิเคราะห์แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 64 บาท ส่วนบล.กสิกรไทยให้ต่ำสุด 45.50 บาท