Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

CBG กวาดกำไร 881 ล้านบาท พุ่งแรงเฉียด 60% ตามคาด Q2/63

CBG กวาดกำไร 881 ล้านบาท พุ่งแรงเฉียด 60% ตามคาด Q2/63

HoonSmart.com>>”คาราบาวกรุ๊ป”อู้ฟู่  กำไรแรงไม่มีตก ไตรมาส 2/63 รายได้รวมโต 20% เป็น 4,508 ล้านบาท  ส่งออกเพิ่มขึ้น สวนทางตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศโดยรวมหดตัว 

บริษัท คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 2/2563 มีกำไรสุทธิ 881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.60%จากระยะเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 552 ล้านบาท และรวม 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 1,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.22% จากกำไรสุทธิ 971 ล้านบาทในระยะเดียวกันปีก่อน

ไตรมาส 2/2563 บริษัทมีรายได้รวม 4,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 754 ล้านบาทหรือ 20.1% ปัจจัยหลักมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของการส่งออกเครื่องบำรุงกำลังไปยังตลาดต่างประเทศ และรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายสินค้าให้บุคคลภายนอก

รายได้จากการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในตลาดต่างประเทศ 2,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 472 ล้านบาทหรือ 27%โดยส่วนใหญ่ 81% ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ประเทศจีน 7%และที่เหลือ 12%เป็นประเทศอื่น ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อของประเทศเยเมนและอัฟกานิสถานเป็นหลัก รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ว่าจ้างบุคคลภายนอกผลิตลดลง 62 ล้านบาทหรือ 41.6%

บริษัทเติบโตสวนทางตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศ หดตัวลง 13.4% ขณะที่เครื่องดื่มบำรุงกำลังบรรจุขวดภายใต้เครื่องหมายการค้าคาราบาวแดง ยังรักษาส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณที่ 21.4%เป็นอันดับ 2 ของตลาดในประเทศ ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มวิตามินซียังเติบโตในระดับสูง และเครื่องดื่มวิตามินซี วู้ดดี้ ซี+ล็อค มีส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณ ณ เดือนมิ.ย.ที่ 6.4% เป็นอันดับ 4 อ้างอิงจากข้อมูลปริมาณขายทอดสุดท้ายไปสู่ผู้บริโภคของ Nielsen

ขณะเดียวกันบริษัทมีกำไรขั้นต้น 1,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 424 ล้านบาทหรือ 30.1% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 40.7%เพิ่มขึ้นจาก 37.6% ผลักดันโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัท ฯ ดำเนินการผลิตด้วยตนเองเป็นหลัก

ส่วนครึ่งปีแรก มีกำไรขั้นต้น 3,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 956 ล้านบาทหรือ 36.8% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 41.5% เพิ่มขึ้นจากระดับ 36.5%

ด้านราคาหุ้น CBG ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุดวันที่ 7 ส.ค. ปิดที่ 126 บาท บวก 1 บาท ขณะที่ดัชนีหุ้นโดยรวมรูดลง 8 จุด