Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

“คิงส์ฟอร์ด” คาดหุ้นทรงตัว แนะเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน-ไฟแนนซ์

“คิงส์ฟอร์ด” คาดหุ้นทรงตัว แนะเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน-ไฟแนนซ์

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด มองแนวโน้มหุ้นวันนี้ดัชนีทรงตัว รอประเมินสถานการณ์ชุมนุม 19 ก.ย. แนวรับแรกดัชนี 1,285 จุด แนวต้าน 1,300 จุด ด้านเฟดคงดอกเบี้ยถึงปี 67 ราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 4% แนะเก็งกำไรกลุ่มพลังงานและกลุ่มไฟแนนซ์ ปัจจัยหนุนความต้องการสินเชืออุปโภคบริโภค

บริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ด มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาดดัชนี SET ทรงตัวรอประเมินสถานการณ์การชุมนุม ดัชนีมีแนวรับ 1,280 – 1,285 แนวต้าน 1,300 – 1,305 แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน PTT, PTTEP / กลุ่มไฟแนนซ์ SAWAD, MTC, KTC ปัจจัยหนุนจากความต้องการสินเชื้ออุปโภคบริโภค

ด้านราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น WTI Futures ต.ค. ปิด +1.88 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล อยู่ที่ 40.16 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล Brent Futures พ.ย. ปิด +1.69 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 42.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 4.4 ล้านบาร์เรล ลดลงมากกว่าคาดที่ 1.8 ล้านบาร์เรล ขณะที่พายุเฮอริเคนแซลลีกำลังเข้าสู่อ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้ระงับการผลิตน้ำมันขณะนี้อยู่ที่ 27.4% และก๊าซธรรมชาติ 29.7%

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ Down Jones ปิด +0.13%, S&P500 -0.46%, Nasdaq -1.25% ถูกแรงขายจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -1.56 % นำโดย Facebook -3.27%, Apple -2.95% แต่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน +4.04% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น +4.9% ขณะที่การประชุมเฟดวานนี้มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0 – 0.25% และจะคงดอกเบี้ยต่ำจนถึงปี 2023 เพื่อหนุนการจ้างงานเต็มศักยภาพ โดยใช้นโยบายเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 % ส่วนรายงานทางเศรษฐกิจนั้น ยอดค้าปลีกสหรัฐ ส.ค. +0.60% ต่ำกว่าคาดที่ +1.1% ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 ปิด +0.58% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีก, กลุ่มโลจิสติกส์ สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจปรับดีขึ้น

ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดย Facebook -3.27% อาจถูกสอบในประเด็น กม.ป้องกันการผูกขาด หลังเข้าซื้อกิจการของ Instragram , WhatsApp ขณะที่การประชุมเฟดมีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.0 – 0.25 % และคงวงเงินซื้อพันธบัตร 8 หมี่น ล้านดอลลาร์/เดือน , ซื้อตราสาร MBS 4 หมื่น ล้านดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.13 % จนถึงปี 2023 และดอกเบี้ยระยะยาวที่ 2.5 % ผ่านการใช้นโยบายเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 % โดยยอมให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าบางช่วงเวลา เพื่อกระตุ้นการจ้างงานให้กลับมาเต็มศักยภาพ โดยอัตราว่างงานสหรัฐ ส.ค. ที่ 8.4 % ซึ่งอาจจะสูงกว่านี้อีก 3 % เนื่องจากอัตราส่วนร่วมของแรงงานลดลง เฟดเผยต้องใช้นโยบายการคลังเข้าหนุน รวมถึงประสิทธิภาพคุมการระบาดของไวรัส สะท้อนมุมมองของเฟดต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนสูง

อ่านข่าว

ดาวโจนส์ปิดบวก 36 จุด เฟดคงดอกเบี้ยถึงปี 67 น้ำมันพุ่งเกือบ 5%