Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

“ประทีป ตั้งมติธรรม” ตั้งคำถาม “ฟินันซ่า-ฟิลิป วีระ” ไล่ซื้อ MK ทำไม?

“ประทีป ตั้งมติธรรม” ตั้งคำถาม “ฟินันซ่า-ฟิลิป วีระ” ไล่ซื้อ MK ทำไม?

“ประทีป ตั้งมติธรรม”
ตั้งคำถาม “ฟินันซ่า-ฟิลิป วีระ” ไล่ซื้อ MK ทำไม?
เตือนรายย่อยราคาไปไกลไม่เกิน 4.10 บาท

ทันทีที่บริษัท ศุภาลัย พรอพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ (SPM) บริษัทย่อยในเครือศุภาลัย (SPALI) ประกาศทำคำเสนอหุ้นบริษัทมั่นคงเคหะการ (MK) ทั้งหมดโดยสมัครใจ ที่ราคาหุ้นละ 4.10 บาท เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้น MK พุ่งขึ้น 23.64% ปิดที่ 4.08 บาท

ต่อมา “วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินันซ่า รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2561 ได้เข้าซื้อหุ้นของ MK จำนวน 3,203,500 หุ้น หรือ 0.32% ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้มีหุ้น MK ทั้งสิ้น 100,179,108 หุ้น คิดเป็น 10.099% ของทุนเรียกชำระแล้ว ขณะที่ “ฟิลิปวีระ บุนนาค” รายงานการได้หุ้น MK ในจำนวน 2.45% ส่งผลให้มีหุ้นทั้งสิ้น 6.23%

เหตุใดกลุ่มฟินันซ่าและฟิลิป วีระ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน และเข้าลงทุนซื้อหุ้น MK จากกลุ่ม “ชวน ตั้งมติธรรม” ผู้ก่อตั้งบริษัทมั่นคงเคหะการ จำนวน 177.55 ล้านหุ้น คิดเป็น 20.64% ของทุนชำระแล้ว ราคาหุ้นละ 6.75 บาท มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท เมื่อเดือนมิ.ย.2558 จึงเข้าซื้อหุ้น MK เพิ่มอีกครั้ง

“ประทีป ตั้งมติธรรม” ประธานกรรมการ และผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท SPALI ให้สัมภาษณ์พิเศษ “hoonsmart.com” ถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมตอบคำถามว่าเกี่ยวกับอนาคตของ MK รวมถึงจะมีการปรับราคาเทนเดอร์หุ้น MK เพิ่มหรือไม่ ดังนี้

ประทีป ตั้งมติธรรม

-ทำไมจึงเปลี่ยนเงื่อนไขการซื้อหุ้น MK เป็นไม่จำกัดขั้นต่ำ จากเดิมที่ตั้งเงื่อนไขว่าจะซื้อก็ต่อเมื่อได้หุ้นไม่ต่ำกว่า 25%

ประทีป : ตอนนั้นทางคนทำ คือ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) ก็เชียร์ให้ซื้อเยอะ เราก็โอเคตาม แต่ตอนนี้เราคิดว่า ยืดหยุ่นดีกว่า ซื้อ 100% ก็ได้ จะเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง 25% ตอนนี้ต่ำกว่า 25% ก็ได้ จะได้ 20% หรือได้เท่าไหร่ก็ได้ ผมไม่ได้มีปัญหา

-ราคาตั้งโต๊ะซื้อที่หุ้นละ 4.10 บาทถูกเกินไปหรือไม่

ประทีป : ตอนนี้ 4.12 บาท แต่ตอนนั้น 3.30 บาท เพราะเราบอก (จะซื้อ) 4.10 บาท ห่างกัน 24% ถ้าบอกว่าราคาที่ผมซื้อทำไมต่ำกว่าบุ๊ค 6 บาท อันนี้ผมก็รู้ เพียงแต่ว่าถ้าบุ๊ค 6 บาท แล้วทำไมผู้ถือหุ้นใหญ่จึงไม่เข้าไปซื้อเล่า ทำไมปล่อยให้มันลงไป 2.98 บาท ผมก็ถามว่าทำไมไม่เข้าไปซื้อ เขาก็เงียบ พอผมเสนอซื้อทีนี้เขาลุยเลย ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็คุย (ผู้ถือหุ้นใหญ่) กันอยู่ เพราะเมื่อก่อนผมเป็นผู้ถือหุ้น และผมก็เคยเป็นผู้บริหารมา แล้วพอเห็นหุ้นมันตกมาเยอะ ก็เลยเข้าไปซื้อ เพราะผมมีเงินเหลือ

-ก่อนที่หุ้น MK จะเปลี่ยนมือไปยังผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เมื่อปี 2558 ทำไมตอนนั้นไม่ซื้อเลย

ประทีป : พี่ชวน (ตั้งมติธรรม พี่ชายของประทีป) ไม่ได้มาบอกผม เขาบอกกับทางบริษัท ฟินันซ่าก่อน ให้ฟินันซ่าช่วยหาคนซื้อให้เขา เขาอาจคิดว่าถ้าขายให้คนอื่นจะได้ราคาดีกว่า ก็ไม่เป็นไร

และตอนนี้ทางกลุ่มคุณสุเทพ (วงศ์วรเศรษฐ ในนามบริษัท แคสเซิล พีค ดีเวลลอปเม้นท์ส และบริษัท ซีพีดี โฮลดิ้ง) และคุณวรสิทธิ์ (โภคาชัยพัฒน์) กลุ่มฟินันซ่า ผมได้ไปทานข้าวกับเขา แล้วก็คุยกับเขาว่า จริงๆผม (ถือหุ้น MK) เท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ผมไม่ซื้อจากเขา เพราะของเขาแพง ต้นทุนเขา 6 บาท ผมเลยไม่ซื้อจากเขา ผมบอกว่าถ้าแพงผมไม่ซื้อ ดังนั้น ตอนนี้ถ้าซื้อได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น

แต่ถ้าผมเข้าไปซื้อแล้ว เขายังเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง เขาก็ต้องเป็นหลัก ส่วนกลุ่มผม ถ้าถือหุ้นอันดับสองก็อันดับสอง เพียงแต่เราอยากมีส่วนเข้าไปช่วยบริหาร เพราะว่าผลประกอบการของ MK ตอนหลัง กำไรลดลงเรื่อยๆ แต่เรา (SPALI) มีศักยภาพที่จะไปช่วยได้ เราช่วยลดต้นทุนให้เขาได้ เราช่วยทำกำไรให้เพิ่มขึ้นได้ ช่วยลดความเสี่ยงในด้านต่างๆที่เขาอาจไปทำแล้วมันไม่เหมาะกับตลาด เราก็ช่วยบอกเขาได้

เราก็ยังคิดว่าถ้าเราเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง เราก็ช่วยได้เยอะหน่อย เราจะช่วยให้ดอกเบี้ยเงินกู้ของเขา (MK) ลงมาเท่าของ SPALI เพราะบริษัทในเครือศุภาลัยเดี๋ยวนี้กู้ได้เท่าศุภาลัยที่ 2% กว่าๆ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ของเขาแพงกว่าเราเกือบ 1.5% ถ้าลดภาระดอกเบี้ยลงไปหลายสิบล้านบาท บริษัทก็กำไรเพิ่มขึ้นหลายสิบล้านบาทเช่นกัน เรายังช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างให้เขาได้ เพราะเราสามารถทำให้เขาซื้อวัสดุในต้นทุนที่เท่ากับเรา แต่ถ้าเราเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองเราก็ทำไม่ได้


-หาก SPALI ได้ MK เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ ทิศทางของ MK จะเป็นอย่างไร

ประทีป : เราบอกชัดเจนว่าเราไม่เปลี่ยนชื่อบริษัท ไม่เปลี่ยนแบรนด์บริษัท ไม่เปลี่ยนสาระสำคัญของบริษัท โดย MK จะเป็นบริษัทในเครือ SPALI เช่นเดียวกับบริษัท หาดใหญ่นครินทร์ , บริษัท ศุภาลัยอีสาน ที่เป็นส่วนหนึ่งของศุภาลัย และจะมีผู้บริหารอีกชุดหนึ่งก็เท่านั้น

แต่ด้วยศักยภาพของ MK ที่มีคลังสินค้า มีสนามกอล์ฟ ซึ่งเราไม่มี ไม่อย่างนั้นเราต้องไปตั้งบริษัทใหม่เพื่อไปทำคลังสินค้า ทำสนามกอล์ฟ อันนี้มีก็ดีแล้ว เพราะเมื่อเราเข้าไป จะทำให้เรามีรายได้ทางอื่นเข้ามา และผมเองก็อยากจะทำเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ (ศูนย์แสดงสินค้า) ทำโรงพยาบาล แต่มันไม่มีช่อง เหมือนกับตอนนี้ที่เราอยากจะขยายไปต่างประเทศ

-คาดหวังอย่างไรกับการทำเทรนเดอร์ MK ครั้งนี้

ประทีป : ได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ผมคล่องตัว ยืดหยุ่น เดี๋ยวราคาคงค่อยๆอ่อนตัวลงมาเท่ากับ 4.10 บาทแล้ว (ราคาที่ SPM ทำเทนเดอร์หุ้น MK) ถ้าไม่มีคนซื้อราคาก็จะลง เพราะกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมเขาอาจจะซื้อได้ไม่มาก เพราะถ้าซื้อถึง 25% ก็จะติดเทนเดอร์ ต่างจากเมื่อก่อนตอนที่เขาซื้อหุ้นจากพี่ชวน (ตั้งมติธรรม) เขาไม่ติดเทนเดอร์ เพราะเขาซื้อหุ้นรวมกันแล้วได้แค่ 24% กว่า ซึ่งตอนนี้เขาก็ซื้อขึ้นไปอีก เพราะกำไรงาม แต่ถ้าซื้อไปมากกว่านี้เขาจะต้องทำเทนเดอร์แข่งกับ SPALI

ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าที่ผู้ถือหุ้นเดิมเข้าไปซื้อหุ้น MK เพิ่ม เขาคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าเขาซื้อ เพราะไม่ต้องการให้ผมได้หุ้นไปเยอะก็ไม่เป็นไร หรือเป็นได้ว่าเขาอาจจะคิดว่าเมื่อเข้าไปซื้อแล้วราคาขึ้น และคิดว่าจะเอาหุ้นมาขายให้ผมในราคาแพงก็ได้ ผมไม่รู้ มันคิดได้หลายอย่าง แต่ตอนนี้ตระกูลตั้งมติธรรมถือหุ้นรวมกัน 17% แล้ว จึงอยู่ที่ว่าศุภาลัยจะซื้อได้เท่าไหร่ คือ เราพร้อมจะเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสอง แต่ถ้าเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งก็ช่วยได้มากหน่อย

ชมคลิปสัมภาษณ์