Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

9 เดือนกองหุ้นใหญ่แชมป์ เงินเข้า 7 หมื่นล. – NAV พีคสุดแตะ 7 แสนล้าน

9 เดือนกองหุ้นใหญ่แชมป์ เงินเข้า 7 หมื่นล. – NAV พีคสุดแตะ 7 แสนล้าน

“มอร์นิ่งสตาร์” เผย 9 เดือนแรกปี 2561 กองทุนหุ้นขนาดใหญ่มีเงินไหลเข้า 7.17 ล้านบาท NAV แตะ 7.02 ล้านบาททำสถิติสูงสุด คาดนักลงทุนจับจังหวะลงทุนหุ้น ฝั่งกองทุนตราสารหนี้เงินไหลออกไม่หยุด ผลจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น-กังวลภาษีตราสารหนี้

บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดข้อมูล 9 เดือนแรกปี 2561 กองทุนหุ้นขนาดใหญ่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 7.17 ล้านบาทมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มกองทุนอื่นๆ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ขึ้นไปถึง 7.02 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด

กองทุนที่มีเงินไหลเข้าเป็นอันดับ 2 คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ มีเงินไหลเข้า สุทธิ 3.17 หมื่นล้านบาท อันดับ 3 คือ กองทุนผสมยืดหยุ่น 2.88 หมื่นล้านบาท กองทุนผสม 2.06 หมื่นล้านบาท และกองทุนหุ้นต่างประเทศ 1.71 หมื่นล้านบาท

“ปีนี้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ต่อเนื่อง คาดว่าเป็นเพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงและปรับลดลงแรงหลายครั้ง ทำให้มีจังหวะในการลงทุนมาก” น.ส.ชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าว

ขณะที่กลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลออกสุทธิเป็นกองทุนประเภทตราสารหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่มีเงินไหลออกต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2 ทำให้รวม 9 เดือนมีเงินไหลออกสุทธิทั้งสิ้น 8.3 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วยกลุ่มกองทุนตลาดเงิน 6.53 หมื่นล้านบาท กองทุนตราสารหนี้แบบเทอมฟันด์ระยะกลาง-ยาว 1.89 หมื่นล้านบาท และกลุ่มกองทุนไฮยิลด์บอนด์ต่างประเทศ 1.67 หมื่นล้านบาท

เงินที่ไหลออกจากกองทุนประเภทตราสารหนี้ยังเป็นผลให้ภาพรวมกองทุนไทยยังคงมีเงินไหลออกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 เนื่องจากความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนตราสารหนี้ และความไม่แน่นอนของการเก็บภาษีจากกองทุนตราสารหนี้ รวมทั้งนักลงทุนบางส่วนสนใจการลงทุนในกองทุนหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโต

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 3 กองทุนรวมไทยมีเงินไหลออกสุทธิ 4.04 หมื่นล้านบาท และ 9 เดือนที่ผ่านมามีเงินไหลออกสุทธิรวม 2.41 หมื่นล้านบาท

ขณะที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3,135 ล้านบาทในไตรมาส 3 ต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่มีเงินไหลเข้า 8,831 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจาก 2 ปีที่ผ่านมาที่ 3 ไตรมาสแรกเป็นเงินไหลออกทั้งสิ้น โดยปี 2559 เงินไหลออก 1.05 หมื่นล้านบาท และ 2560 เงินไหลออก 1.94 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเงินไหลเข้าในไตรมาส 2-3 แต่ยอดสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยังคงมีเงินไหลออกสุทธิ 1,746 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 1 มีเงินไหลออกสุทธิมากถึง 1.37 หมื่นล้านบาท ซึ่ง น.ส.ชญานี คาดว่า เงินลงทุนส่วนใหญ่จะเข้ามาในไตรมาสที่ 4 เช่นเดียวกับทุกปี โดยในปี 2560 มีเงินเข้ามาถึง 3.3 หมื่นล้านบาทในไตรมาสสุดท้าย

สำหรับผลตอบแทน 9 เดือนแรก กองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุด คือ กองทุนน้ำมัน ทำได้ถึง 27.75% รองมาเป็นกองทุนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลก 12.83% และกองทุนรวมที่ลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 10.83%

กลุ่มกองทุนหุ้นไทยมีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 0.21% และกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กแม้จะยังให้ผลตอบแทนติดลบแต่ก็ดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ -4.46% โดยมีสาเหตุจากการปรับตัวของ SET ที่ได้รับปัจจัยบวกเช่น การประกาศตัวเลข GDP ที่ดีกว่าคาดและการประกาศวันเลือกตั้ง

ที่มา: Morningstar Direct, ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2018