Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

JVC เปิดตัว “ป๋า” เงินกู้ดิจิทัล อนุมัติได้ไม่ดูแค่หลักฐานการเงิน

JVC เปิดตัว “ป๋า” เงินกู้ดิจิทัล อนุมัติได้ไม่ดูแค่หลักฐานการเงิน

เจ เวนเจอร์ส บริษัทลูก JMART เปิดตัว “ป๋า” แพลตฟอร์มการปล่อยสินเชื่อแบบดิจิทัล ใช้ 3 ปัจจัย ข้อมูลการเงิน-พฤติกรรมทางสังคม-พฤติกรรมการใช้จ่าย พิจารณาเงินกู้ หวังให้รายย่อยเข้าถึงเงินกู้ง่ายขึ้น ได้ดอกเบี้ยถูกลง

บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (JVC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ป๋า” ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อแบบดิจิทัล ตามแผนการพัฒนาระบบ Digital Lending Platform หรือ DLP ของบริษัทฯ โดยนำเงินระดมทุนที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่ต่อประชาชน (ICO)

นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส กล่าวว่า แพลทฟอร์ม “ป๋า” ถือเป็นนวตกรรมทางการเงินอย่างแท้จริง

แพลตฟอร์ม “ป๋า” เป็นช่องทางการค้นหาสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค โดยสามารถใช้งานได้ 3 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ ป๋า.com ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน “PAH” ผ่าน Google Play และ เพจ Fast Money บน Facebook.com

ภายใต้ระบบดังกล่าว จะมีการประเมินเบื้องต้นว่าลูกค้าที่เข้ามาขอสินเชื่อมีคุณสมบัติหรือเข้าเงื่อนไขในการสมัครหรือไม่ จากนั้น ลูกค้าจึงยื่นความประสงค์ และรอผลอนุมัติที่รวดเร็ว โดยคาดว่าเพิ่มโอกาสในธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ที่เชื่อมต่อให้ผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถกู้เงินได้ และคาดว่าจะเพิ่มโอกาสให้บริษัท เจฟินเทค จำกัด บริษัทในกลุ่มเจมาร์ท เข้าถึงการให้บริการสินเชื่อของผู้กู้รายย่อยที่มีศักยภาพมากขึ้น

“ในปัจจุบันมีคนที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 19.3 ล้านคน ขณะที่อีก 28.5 ล้านคนเข้าไม่ถึง เพราะไม่มีหลักฐานทางการเงิน แต่ด้วยเทคโนโลยีทำให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง” นายธนวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงผู้กู้ในแพลตฟอร์ม “ป๋า” จะใช้ข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลการเงิน พฤติกรรมทางสังคม และพฤติกรรมการใช้จ่าย ซึ่งจะได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลและการเรียนรู้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์

“จากการทดสอบ คนกลุ่มนี้มีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ประมาณ 25-35% แต่เราจะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้อัตราการผิดนัดไม่เกิน 10% ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ในระยะแรกเราจะให้เป็นวงเงินสินเชื่อ เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของผู้กู้ จากนั้นจะพัฒนาเป็นการให้เงินกู้แบบ Term Loan สินเชื่อหมุนเวียน ในรูปแบบบัตรเครดิตอิเลคทรอนิกส์ และในขั้นสุดท้าย คือ การให้กู้ร่วม ซึ่งมีรูปแบบคล้าย P2P Lending ของแบงก์ชาติ” นายธนวัฒน์ กล่าว

อ่านประกอบ

เริ่มแล้วเหรียญ JFIN ใช้แลกซื้อมือถือ-กาแฟ