Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

“อรินสิริ แลนด์” ยื่นไฟลิ่งไอพีโอ 150 ล้านหุ้นเข้า mai

“อรินสิริ แลนด์” ยื่นไฟลิ่งไอพีโอ 150 ล้านหุ้นเข้า mai

“อรินสิริ แลนด์” ผู้นำอสังหาฯ ภาคตะวันออกยื่นไฟลิ่งก.ล.ต.เสนอขายหุ้นไอพีโอ 150 ล้านหุ้น นำเงินต่อยอดโครงการรองรับความต้องการ EEC เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ปี 62 ตั้งบล.คันทรี่ กรุ๊ป ที่ปรึกษาทางการเงิน ปักธงขึ้นแท่นผู้นำวงการพัฒนาอสังหาฯ ในภาคตะวันออกและอีอีซีภายในปี 65

สุชาติ ชมกลิ่น

นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรินสิริ แลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 150 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในหมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และได้แต่งตั้งบล. คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ การลงทุนในที่ดินเพื่อพัฒนา เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ได้ ภายในปี 2562

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและอยู่ระหว่างการขาย จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2,191.45 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการอรินสิริ สปอร์ต วิลเลจ มูลค่าโครงการ 1,340.24 ล้านบาท โครงการอรินสิริ คันทรี ฮิลล์ มูลค่าโครงการ 506.08 ล้านบาท และโครงการอรินสิริ ไพรเวซี่ มูลค่าโครงการ 345.13 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาโครงการในอนาคตทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ บีช @ บ้านฉาง มูลค่าโครงการ 542.70 ล้านบาท, โครงการ อรินสิริ เมาท์เท่น มูลค่าโครงการ 546.12 ล้านบาท และโครงการ อรินสิริ แคมปัส มูลค่าโครงการ 305.03 ล้านบาท โดยมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 1,393.85 ล้านบาท

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท คือ กลุ่มพนักงานและข้าราชการที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและละแวกใกล้เคียงที่มีความต้องการขยับขยายที่อยู่จากที่อยู่เดิม รวมถึงคนต่างถิ่นที่เข้าไปทำงานที่จ.ชลบุรี และกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ , กลุ่มครอบครัวใหม่ที่แตกออกมาจากครอบครัวเดิม โดยจัดอันดับระดับลูกค้าเป็นคนที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงระดับกลางค่อนไปทางสูง (กลุ่ม B ถึง B+)

นายสุชาติ กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) รวมถึงการเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในพื้นที่ดังกล่าว ภายในปี 2565 ทั้งนี้ เนื่องจากมองเห็นการขยายตัวของกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัยพ์ ที่คาดว่าจะขยายตัวตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ โดยโครงการนี้จะส่งผลให้ภาคประชากรเพิ่มจำนวนขึ้น และทำให้เกิดความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานตามมา

ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำวงการอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออกตามเป้าหมาย บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการสร้างการเติบโตโดยการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนอกจากจะทำให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาธุรกิจแล้ว ยังช่วยยกระดับมาตรฐานของบริษัทฯ ให้ทัดเทียมสากล

“แม้ปัจจุบันจะมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายรายลงมาสู้ในสนามเดียวกันอย่างดุเดือด แต่เราก็ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากว่า เราเป็นคนพื้นที่ เติบโตมาในจังหวัดชลบุรี เราจึงมั่นใจว่าเรารู้จัก และเข้าใจความต้องการลูกค้าในการเลือกบ้านที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว ภายใต้ปรัชญา “Right by your side“ เราพร้อมอยู่เคียงข้างดูแลลูกบ้านเหมือนคนในครอบครัว ตลอดจนความใส่ใจในการปลูกสร้างบ้านที่ดีทุกขั้นตอนเหมือนให้คนในครอบครัวอยู่เอง เริ่มตั้งแต่ 1.ใส่ใจในด้านการเลือกทำเล 2.ใส่ใจการออกแบบ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า อยู่สบายดีไซน์ร่วมสมัย และคัดสรรวัสดุคุณภาพดี 3.ใส่ใจดูแล ด้วยบริการ Homecare center 4.ใส่ใจทุกขั้นตอนการก่อสร้างด้วยการเลือกใช้วิธีก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูน และการใช้อิฐแดงในการประกอบการก่อสร้างบ้านทั้งหลัง ข้อดีคือ มีความคงทนแข็งแรงกว่าบ้านใช้ผนังสำเร็จรูป รวมถึงสามารถต่อเติมตัวบ้านได้ตามความต้องการตลอดเวลา ในด้านการดีไซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งบ้านทุกหลังที่อรินสิริออกแบบและสร้างมาด้วยความเข้าใจชีวิตคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เป็นอย่างดี” นายสุชาติกล่าว