Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

9 บริษัทกำไรอู้ฟู่ แห่ส่งบริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้นปี 62-63

9 บริษัทกำไรอู้ฟู่ แห่ส่งบริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้นปี 62-63

ปตท.-ทาคูนิ -ACAP-CHOW-TRUBB-TTCL-BCP และ KSL พร้อมส่งบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนใน SET และ mai ในปี 2562 ฝ่ากระแสหุ้นไอพีโอตกต่ำ สร้างกำไรให้บริษัทแม่ ลูกต้องการเงินขยายการลงทุน บริษัทโรงพยาบาล ลาดพร้าว(LPH)ขอเลื่อนไปปีหน้า ระบุผลงานบริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซียปี 2561ไม่เข้าเป้า

บริษัทจดทะเบียน(บจ.) อย่างน้อย 9 บริษัทในขณะนี้ มีแผนที่จะแยกบริษัทย่อยออกมา (spin off) เพื่อนำไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)ในช่วงปี 2562 แม้ภาวะตลาดหุ้นไอพีโอไม่เอื้ออำนวยก็ตาม เห็นได้จากหุ้นใหม่ที่เข้ามาซื้อขายในปี 2561 ราคาต่ำกว่าราคาจองหลายบริษัท


นายอังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว (LPH) เปิดเผยว่า บริษัทได้เลื่อนแผนที่จะนำ บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย ( AMARC) เข้าตลาด mai เป็นปี 2563 จากเดิมที่จะเข้าในปี 2562 เนื่องจากผลดำเนินงานของบริษัทย่อยในปี 2561 ไม่เป็นไปตามแผน

นายอังกูร กล่าวอีกว่า สาเหตุที่นำบริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้น เพื่อที่จะสามารถระดมทุนด้วยตัวเองได้ และยังสร้างโอกาสหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทำธุรกิจได้ เพราะธุรกิจของ AMARC เป็นธุรกิจแล็บการเกษตรและอาหาร จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาช่วย

นอกจากนี้ บริษัทลูกเข้าตลาด ยังเป็นผลบวกกับ LPH ที่จะมีกำไรจากการขายหุ้น AMARC บริษัทใช้เงินลงทุน 97 ล้านบาทถือหุ้นในบริษัทย่อยประมาณ 97.14 % เมื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนแล้วคาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นจะลดเหลืออยู่ที่ประมาณ 70%

ส่วนบริษัท ทีทีซีแอล(TTCL)จะนำบริษัท ทีทีซีแอล เพาเวอร์ โฮลดิ้ง(TTPHD) ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจไฟฟ้าในประเทศเมียนมา เข้าจดทะเบียนใน SET ด้วยเกณฑ์บริษัทข้ามชาติ หรือ Primary Listing เป็นบริษัทแรกที่เข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์นี้ แหล่งข่าวจากบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของบริษัท ทีทีซีแอล เพาเวอร์ โฮลดิ้ง กล่าวว่า TTCL นำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียน จะทำให้นักลงทุนมองเห็นมูลค่าของบริษัทย่อยว่ามีศักยภาพและน่าสนใจ

“อย่าง TTCL ที่จะนำบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจการลงทุนโรงไฟฟ้าเข้าตลาด ก็จะทำให้นักลงทุนเห็นศักยภาพในธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ชัดเจนขึ้น นอกเหนือจากธุรกิจหลักของบริษัทแล้ว”แหล่งข่าวกล่าว

ปัจจุบัน TTCL ใช้เงินลงทุนใน ทีทีซีแอล เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำนวน 3,768 ล้านบาท ในการถือหุ้น 100% ในหมายเหตุงบการเงินของ TTCL ระบุว่า ทีทีซีแอล เพาเวอร์ โฮลดิ้ง มีหนี้เงินกู้ระยะสั้น จากการกู้ยืมจากกรรมการท่านหนึ่งจำนวน 2.15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 69.67 ล้านบาท มีกำหนดการจ่ายชำระคืนเงินต้นภายใน 1 เดือนเมื่อทวงถาม มีระบุเงื่อนไขหาก TTPHD ไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นทั้งจำนวนภายใน 14 วันทำการเมื่อทวงถาม กรรมการมีสิทธิแปลงสภาพเงินกู้ยืมดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญได้ในอัตราหุ้นละ 2.5 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนั้น บริษัท ปตท.(PTT)ยังมีแผนที่จะนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก(PTTOR) เข้าจดทะเบียนใน SET ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูล เพื่อยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) คาดว่าจะเข้าซื้อขายได้ภายในปี 2562 โดย PTT ได้เริ่มโอนสินทรัพย์และหนี้สิน ตลอดจนหุ้นของบริษัที่เกี่ยวข้องไปยัง PTTOR ตั้งแต่ 1 ก.ค.61ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ก็ยังมี บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป(TAKUNI) ที่จะนำบริษัท ซี เอ แซด(ประเทศไทย) ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี เข้าตลาด mai ในต้นปี 2562 ทั้งนี้มีการกำหนดช่วงราคา IPO ที่ 3.60-4.10 บาทต่อหุ้น จะเสนอขายจำนวน 80 ล้านหุ้น โดยจะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้น TAKUNI ไม่เกิน 16 ล้านหุ้น ซึ่งกลุ่ม TAKUNI ถือหุ้น 51.30% หลังขายหุ้น IPO สัดส่วนจะลดเหลือ 36.64%

บริษัท เอเซีย แคปปิตอล กรุ๊ป(ACAP) จะนำหุ้นบริษัท โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ ที่ประกอบธุรกิจศูนย์บริการข้อมูล และธุรกิจติดตามและทวงถามหนี้ เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ในต้นปี 2562 เช่นกัน จะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 90 ล้านหุ้น โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ACAP ไม่เกิน 27 ล้านหุ้น ซึ่ง ACAP ถือหุ้น 99.99% หลังขายหุ้น IPO จะลดเหลือ 64%

บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้(CHOW)จะนำบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ ที่เป็น โฮลดิ้ง ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าจดทะเบียนในตลาด mai จะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 490 ล้านหุ้น โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น CHOW ไม่เกิน 122.50 ล้านหุ้น ซึ่ง CHOW ใช้เงินลงทุนประมาณ 440 ล้านบาท สำหรับการถือหุ้น 87.36% ภายหลังขายหุ้น IPO จะลดเหลือ 61.10%

บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ คอร์ปอเรชั่น(ประเทศไทย) หรือ TRUBB จะนำบริษัท เลเท็กซ์ ซิสเทมส์ เข้าจดทะเบียนในตลาด mai จะเสนอขาย IPO จำนวน 132.43 ล้านหุ้น ส่วนหนึ่งจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น TRUBB ด้วย ขณะที่ TRUBB ลงทุนในบริษัทย่อยดังกล่าว 1,929 ล้านบาท โดยถือหุ้น 56.17% ภายหลังขาย IPO จะถือหุ้น 39.64%

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท บีบีจีไอ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น(BCP) ซึ่งถือหุ้น 60% และบริษัทน้ำตาลขอนแก่น (KSL) ถือหุ้น 40% จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนใน SET ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต.แล้ว จะขายหุ้น IPO ไม่เกิน 216.60 ล้านหุ้น จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น BCP และ KSL ไม่เกิน 54.15 ล้านหุ้น