Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

สัญญาณเทคโอเวอร์คึกคัก บริษัทเข้าตลาดหุ้นยากขึ้น

สัญญาณเทคโอเวอร์คึกคัก บริษัทเข้าตลาดหุ้นยากขึ้น

วงการตลาดทุน มองสัญญาณการเทคโอเวอร์ดีต่อเนื่อง ใช้เวลาน้อย ชี้บริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นยากขึ้น ปัญหามาตรฐานบัญชี การวางคุณสมบัติซีเอฟโอ

แหล่งข่าววงการตลาดทุน เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา จำนวนบริษัทที่ต้องการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์วางไว้ โดยมีจำนวนบริษัทเข้าใหม่ทั้ง 2 ตลาดเพียง 18 บริษัทเท่านั้น ซึ่งแนวโน้มบริษัทเข้าใหม่ลดลง อีกทั้งคุณภาพบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวนกว่า 10 แห่งกำลังประสบปัญหาขาดคุณสมบัติของตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องเร่งแก้ไข และอีกหลายบริษัทที่ธุรกิจเดิมกำลังเข้าสู่ทางตัน รายได้ไม่เติบโต

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัญหาที่จำนวนบริษัทใหม่ ลดลงต่อเนื่อง เกิดจากปัญหาการยกมาตรฐานคุณสมบัติของบริษัทที่จะยื่นข้อมูลการเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง ) เช่น มาตรฐานบัญชี , คุณสมบัติผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน-บัญชี (CFO) ต้องทำงานในบริษัทนั้น ๆ ก่อนยื่นไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือภาวะตลาดที่ซบเซา หุ้น IPO ต่ำจอง ไม่สร้างแรงจูงใจในการเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือตลาด mai

ปัญหาดังกล่าวทำให้การครอบงำกิจการ (เทคโอเวอร์) และการเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม (แบคดอร์ลิสติ้ง) เป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาไม่มาก ไม่เกิน 6 เดือน เทียบกับการเตรียมตัวเข้าตลาดทางตรงใช้เวลา 2-3 ปี สัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ เป็นไปตามที่ต้องการ ผู้ถือหุ้นใหม่ ต้องการให้เกิดเวลท์หรือมูลค่าเพิ่มส่วนตัว ไม่ต้องการเงินจากการระดมทุน IPO

“ตลาดหลักทรัพย์ หรือสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องส่งเสริมให้เกิดการเทคโอเวอร์หรือแบล็คดอ ฯ ที่มีพันธมิตรและธุรกิจใหม่ ที่เป็นประโยชน์กับบริษัทนั้น ๆ ให้โอกาสนักลงทุนรายย่อยได้ลงทุนกิจการที่ดี ซึ่งจุดประสงค์ที่ถูกต้องของการเทคโอเวอร์คือ การช่วยเพิ่มมูลค่ากิจการ ไม่ใช่การเก็งกำไรกับบริษัทที่ถูกเทคโอเวอร์ ”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า รูปแบบการเทคโอเวอร์ มีลักษณะที่ต่างกันในเรื่องรูปแบบเช่น การสวอปหุ้น (แลกหุ้น) แลกกับธุรกิจใหม่ที่ใส่เข้ามา ขายธุรกิจเก่าทิ้ง เช่นกรณีของ SMM หรือการเพิ่มทุนเสนอขายเฉพาะเจาะจง เอาธุรกิจใหม่เข้าบริษัท อาจเป็นบริษัทตั้งใหม่หรือบริษัทเดิม แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนธุรกิจ เช่นกรณีของ โอเชี่ยน คอมเมิร์ช (OCEAN)

“กรณีของ SMM เป็นเคสที่ยากที่สุดเคสหนึ่งของที่ปรึกษาการเงิน เป็นการแลกหุ้นใหม่ เปลี่ยนธุรกิจ อยู่ในดุลยพินิจของ ก.ล.ต.ในการพิจารณาให้เกิดการเทคโอเวอร์ เพราะธุรกิจใหม่สายไฟขนาดใหญ่ แบรนด์อินเตอร์ ฯ มาร์เก็ตแชร์ในประเทศ 75% เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับ SMM และผู้ถือหุ้น” แหล่งข่าวกล่าว