Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

SAAM ประเดิมต่ำจอง 9% ทรีนีตี้ให้เป้า 2.39 บาท

SAAM ประเดิมต่ำจอง 9% ทรีนีตี้ให้เป้า 2.39 บาท

ไอพีโอ ตัวแรกของปี 2562 “เอสเอเอเอ็ม”ต่ำจอง 9 % สวนทางตลาดพุ่งแรง บล.ทรีนีตี้ให้ราคาเป้าหมาย 2.39 บาท ชูพี/อี 13 เท่า กำไร 4 ปี เติบโตกระโดดเฉลี่ย 50%

บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ (SAAM)เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ(mai)ในวันที่ 7 ม.ค. เป็นตัวแรกของปี 2562 โดยเปิดที่ 1.70 บาท สู้ขึ้นไป 1.75 บาท ก่อนลงไปต่ำสุดที่ 1.61 บาท ซื้อขายบริเวณ 1.63 บาท ลดลง 0.17 บาท หรือ 9.44% ขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมเพิ่มขึ้นแรงกว่า 10 จุด

บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.39 บาท โดยคำนวณ พี/อี13 เท่า ซึ่งเป็นระดับอนุรักษ์นิยมในอัตราคิดลดจากระดับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ซื้อขายกันในปัจจุบันที่ราว 15 เท่า

นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่า SAAM จะมีกำไรสุทธิปี 2561 ที่ 22 ล้านบาท ปี 2562 จำนวน 55 ล้านบาท และ ปี 2563 จำนวน 65 ล้านบาท โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย ปี 2560-2563 ราว 50.1% ต่อปี โดยมีรายได้เติบโตเฉลี่ย 27.2% ต่อปี

ส่วนโครงการที่กำลังพัฒนาและรอส่งมอบให้กับลูกค้า ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2561 กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย มีการลงนามในสัญญาเพื่อกำหนดกรอบข้อตกลงในการพัฒนาและส่งมอบโครงการกับลูกค้าแล้ว จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ SAAM Oita 01 Biomass Power ขนาด 19.9 เมกะวัตต์ และโครงการ SAAM Oita 0.2 Biomass Power ขนาด 19.9 เมกะวัตต์

นอกจากนั้น ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาผ่านบริษัทย่อยในประเทศญี่ปุ่น และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นอีกหลายโครงการ

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินราคาเป้าหมาย SAAM ปี 2562 ที่ 2.10 บาท อิง PE 12.5 เท่า โดย SAAM เป็นผู้ประกอบการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย รายได้หลักปัจจุบัน 75-76% มาจากบริการจัดหาที่ตั้งและบริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ อีก 24-25% จากการขายไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา 2 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาจนได้รับใบอนุมัติให้เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแรงสูง และใบอนุมัติสนับสนุนค่าไฟฟ้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งได้ลงนามสัญญากำหนดกรอบการพัฒนากับลูกค้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินงานในด้านต่างๆ ต่อไปจนสามารถขาย 1 โครงการแก่ลูกค้าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 ซึ่งจะหนุนให้กำไรปี 2562 เติบโตสูง 133% เมื่อเทียบปีก่อน