ราคาน้ำมันดิบร่วง 2% หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์ศก.โลก

ราคาน้ำมันดิบร่วง 2% กังวลความต้องการใช้น้ำมันลดลงตามเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก

บริษัท ไทยออยล์ เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)รายงานผลการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP ) ของโลกจะเติบโตที่ร้อยละ 3.5 ในปี 2562 และร้อยละ 3.6 ในปี 2563 ซึ่งลดลงจากคาดการณ์เดิมร้อยละ 0.2 และ 0.1 ตามลำดับ ส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันดิบที่จะชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศจีนที่อ่อนแอลง เป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันดิบ โดย GDP ของจีนในปี 2561 ขยายตัวที่ร้อยละ 6.6 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ระดับต่ำสุดในรอบ 28ปี เนื่องมาจากผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ด้านตัวเลขการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียในเดือน พ.ย. 61 อยู่ที่ระดับ 8.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียสูงขึ้นสู่ระดับ 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งชั้นหินดินดาน (shale basin)ของสหรัฐฯ ในเดือน ก.พ. 2562 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 63,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 8.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งแหล่งน้ำมันดิบ Permian ถูกคาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นสูงที่สุด โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 23,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 3.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.พ. 2562

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดวันที่ 22 ม.ค. 62 อยู่ที่ 52.57 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 1.23 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล หรือ 2.3% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิด 61.50 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลง 1.24 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล หรือ 2%

อย่างไรก็ตามยังตีองจับตาสถานการณ์ในสหราชอาณาจักร หลังแผนการตกลง BREXIT ที่นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ถูกปฏิเสธโดยเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งนับเป็นการพ่ายแพ้ด้วยคะแนนเสียง 202 ต่อ 432 ส่งผลให้ประเทศอังกฤษอาจต้องถอนตัวจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น หรืออาจยกเลิก BREXIT หากไม่สามารถเสนอแผน BREXIT ฉบับใหม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด