Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

SHREIT ชี้มูลค่าสินทรัพย์โรงแรมพุ่งเกือบ 10% ตอกย้ำศักยภาพกอง

SHREIT ชี้มูลค่าสินทรัพย์โรงแรมพุ่งเกือบ 10% ตอกย้ำศักยภาพกอง

HoonSmart.com >>กองทรัสต์ SHREIT โชว์ความแข็งแกร่งทรัพย์สินโรงแรมในภูมิภาคอาเซียน มูลค่าทรัพย์สินทางบัญชีปี 61 เพิ่มขึ้น 9.6% จากวันจัดตั้งกองทรัสต์ สะท้อนความสามารถคัดเลือกทรัพย์สิน ชูจ่ายผลตอบแทนดีต่อเนื่อง ตอกย้ำเป็นกองทรัสต์ประเภทโรงแรมให้เงินจ่ายตอบแทนจากการลงทุนติดอันดับต้นๆ ในตลาด

นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT) เปิดเผยว่า กองทรัสต์ SHREIT ได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของกองทรัสต์ประจำปี 2561 โดยโรงแรม 3 แห่งที่ลงทุนอยู่นั้น มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 143.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากมูลค่าการลงทุนในทรัพย์สินโครงการ ณ วันที่จัดตั้งกองทรัสต์ที่ 130.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 9.6% หรือเพิ่มขึ้นจากมูลค่าเงินลงทุนตามงบการเงิน ณ สิ้นปี 2560 ที่ 138.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 3.6%

ปธาน สมบูรณ์สิน

การปรับเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สิน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของผู้จัดการกองทรัสต์อิสระในการคัดเลือกซื้อทรัพย์สินที่ดี ซึ่งคำนึงถึงศักยภาพทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินกระจายอยู่ในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีทั้งในด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งผลให้ทรัพย์สินโรงแรมที่กองทรัสต์ SHREIT เข้าลงทุน สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากปัจจัยบวกดังกล่าว รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องไปยังอนาคต

สำหรับการประเมินทรัพย์สินดังกล่าวได้แต่งตั้งผู้ประเมินราคาอิสระได้แก่ บริษัท KJPP Susan Widjojo & Rekan ร่วมกับ VPC Asia Pacific Cluttons (โดย บริษัท ไทยประเมินราคา ลินน์ ฟิลลิปส์ จำกัด) เป็นผู้ทำการประเมิน โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ประเทศอินโดนีเซีย และ บริษัท ซาวิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (โดยบริษัท เน็กซัส พรอพเพอตี้ คอนซัลแทนท์ จำกัด) เป็นผู้ทำการประเมินทรัพย์สินของโรงแรม 2 แห่งในประเทศเวียดนาม ได้แก่ โรงแรม Capri by Fraser และ โรงแรม IBIS Saigon South

นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมากองทรัสต์ SHREIT ได้สร้างผลตอบแทนที่ดีกับผู้ลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนที่ถือหน่วยทรัสต์ SHREIT ได้รับเงินจ่ายผลตอบแทนสำหรับผลการดำเนินงานรอบ 10 เดือน สิ้นสุดเดือนตุลาคม 2561 รวมทั้งสิ้น 0.5997 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ SHREIT เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในทรัพย์สินประเภทโรงแรมที่ให้เงินจ่ายตอบแทนจากการลงทุนติดอันดับต้นๆ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแสดงถึงคุณภาพที่โดดเด่นของกองทรัสต์

“ในฐานะที่เป็นผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ เรามีนโยบายคัดเลือกทรัพย์สินโรงแรมที่ดีในภูมิภาคนี้ โดยกระจายความเสี่ยงในทำเลที่ตั้งและกลุ่มเป้าหมายให้มีความหลากหลาย ซึ่งเรายังคงยึดมั่นนโยบายดังกล่าวมาใช้คัดเลือกทรัพย์สินโรงแรมใหม่ๆ ที่กองทรัสต์ SHREIT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตจากการใช้จ่ายเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวได้อย่างสูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้หน่วยทรัสต์ทุกคน” นายปธาน กล่าว

สำหรับกองทรัสต์ SHREIT ลงทุนทางอ้อมเพื่อเข้าถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 99% ในบริษัทที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่มีกำหนดอายุ หรือสิทธิการเช่าของโรงแรมต่างๆ และให้เช่าโรงแรมแก่ผู้เช่าหลัก โดยได้ทำสัญญาว่าจ้างบริหารโรงแรมกับผู้บริหารโรงแรมระดับนานาชาติ อาทิ Fraser Hospitality และ Accor ทั้งนี้ กองทรัสต์ SHREIT ได้ถือกรรมสิทธิ์ที่มีกำหนดอายุของโรงแรม Pullman Jakarta Central Park ประเทศอินโดนีเซีย และสิทธิการเช่าที่ดินและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโรงแรม 2 แห่งในประเทศเวียดนาม ได้แก่ Capri by Fraser และ IBIS Saigon South