Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

GPSC วูบหนักไตรมาส 4 ฉุดทั้งปีกำไรแค่ 3.35 พันล.

GPSC วูบหนักไตรมาส 4 ฉุดทั้งปีกำไรแค่ 3.35 พันล.

HoonSmart>>โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่เจอราคาก๊าซพุ่ง ค่า Ft ปรับขึ้นไม่ทันต้นทุนที่เพิ่ม ปิดซ่อมใหญ่ 2 โรงไฟฟ้า กดดันกำไรไตรมาส 4/2561 ทรุด 46% กระทบทั้งปีโตเพียง 5.82% บอร์ดจ่ายเงินปันผลอีก 0.80 บาท

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยว่า ในปี 2561 มีกำไรสุทธิ 3,359 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 185 ล้านบาท เติบโต 5.82% จากปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิ 3,174 ล้านบาท เฉพาะในไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิเพียง 486 ล้านบาท ลดลง 413 ล้านบาทหรือ 46% จากไตรมาส 3 ที่มีกำไรสุทธิ 899 ล้านบาท และลดลง 33% หรือ 236 ล้านบาท จากไตรมาส 4/2560

สาเหตุที่ทำให้กำไรไตรมาส 4 ลดลงมาก มาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ขณะที่อัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ(Ft) ยังไม่มีการปรับขึ้นตามเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ให้กำไรขั้นต้นของศูนย์ผลิตสาธารณูปการระยองและโรงไฟฟ้าไออาร์พีซีคลีน พาวเวอร์( IRPC-CP) ปรับตัวลดลง ประกอบกับรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าศรีราชาลดลงจากอัตราค่าความผันแปรตามฤดูกาล (Weight Factor) ที่ลดลง นอกจากนี้ มีการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนของโรงไฟฟ้าศรีราชา และโรงไฟฟ้า IRPC-CP ในช่วงไตรมาส 4

ส่วนกำไรในปี 2561 เพิ่มขึ้นเกือบ 6% มาจาก ศูนย์ผลิตสาธารณูปโภคการระยองมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำสูงขึ้น และปริมาณการขายที่เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยตามการขยายกำลังผลิตของลูกค้า โรงไฟฟ้า IRPC-CP เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ทั้ง 2 ระยะตั้งแต่พ.ย.2560 รวมทั้งโรงไฟฟ้า อิจิโนเซกิ โซลาร์ เพาเวอร์ 1 จีเค(ISP1)เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2560 ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 78 ล้านบาทหรือ 15%

ทางด้านคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติให้เสนอจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.80 บาท เป็นเงิน 1,198 ล้านบาทให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 25 ก.พ.2562 กำหนดจ่ายเงินวันที่ 18 เม.ย. 2562

ทั้งนี้ บริษัทฯจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วหุ้นละ 0.45 บาทเป็นเงิน 674 ล้านบาท รวมการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2561 อัตราหุ้นละ 1.25 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 1,872 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 56% ของกำไรสุทธิ