Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

NOK วาง 6 กลยุทธ์หยุดขาดทุนปีนี้ แขวน C ยาวข้ามปี

NOK วาง 6 กลยุทธ์หยุดขาดทุนปีนี้ แขวน C ยาวข้ามปี

“สายการบินนกแอร์” วางแผนช่วง 3 ปีธุรกิจฟื้นตัว กำหนด 6 กลยุทธ์ หยุดการขาดทุนปีนี้ เน้นลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ จับมือพันธมิตร เห็นกำไรปี 2564 ขณะที่เครื่องหมาย C แขวนยาวข้ามปี รอให้ส่วนผู้ถือหุ้นเกินกว่า 50% ก่อน ปัดตอบกรณีมีข่าว ”กลุ่มจุฬางกูร” จะขายหุ้น ระบุไม่กระทบต่อแผนธุรกิจ

นายประเวช องอาจสิทธิกุล ประธานกรรมการบริหาร และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนช่วง 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2562-2564 ธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัว ซึ่งปีนี้คาดหวังว่า จะหยุดการขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยวางแนวทาง 6 ด้านได้แก่ 1.การปรับฝูงบินให้มีประสิทธิภาพ โดยยกเลิกเครื่องบินรุ่น ART-72 ที่เป็นเครื่องบินแบบใบพัดรุ่นเก่า ซึ่งมีอยู่ 2 ลำออกไป ช่วยลดต้นทุนการดูแลได้

แนวทางที่ 2 มุ่งเส้นทางบินต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะเป็นลักษณะเช่าเหมาลำ ไปยังจีนและอินเดีย ซึ่งยังเป็นตลาดที่ยังเติบโต แนวทางที่ 3 เพิ่มผู้โดยสาร

แนวทางที่ 4 เป็นการหารายได้เสริมจากการขายสินค้าต่าง ๆ เพื่อให้มีราคาดีขึ้น แนวทางที่ห้าหาพันธมิตรเข้ามาสนับสนุน เช่น การร่วมกับสายการบินนกสกู๊ต และร่วมกับพันธมิตรของการบินไทย และข้อสุดท้าย พยายามลดต้นทุนต่าง ๆ โดยให้มีการบินกลางคืนมากขึ้น ทำให้การจอดน้อยลง ส่งผลทำให้ค่าเช่าจอดก็ลดลงตาม

นายประเวช กล่าวว่า ตามแผนหากหยุดการขาดทุนจากการดำเนินงานได้ ขั้นต่อไปจะต้องทำให้ผลประกอบการมีเสถียรภาพ โดยหยุดขาดทุนต่อเนื่อง 3 ไตรมาส หากเป็นไปตามแผนมองว่าภายในปี 2564 NOK จะเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงาน และเห็นการเติบโตที่มั่นคง ดังนั้นในปี 2564 อาจจะต้องมีการเพิ่มทุน เพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น

“บริษัทมีขาดทุนสะสม อยู่ประมาณกว่า 8 พันล้านบาท หากเราทำได้ตามแผนที่วางไว้ เชื่อว่าตัวเลขขาดทุนสะสมก็จะไม่เพิ่มขึ้น ส่วนเครื่องหมาย C ตอนนี้เรามีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ก็ต้องรอให้ผลดำเนินงานกลับมาดีก่อน ปีนี้ไม่น่าจะหลุดได้”นายประเวช กล่าว

ประเวช องอาจสิทธิกุล

ประธานกรรมการบริหาร และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NOK กล่าวว่า บริษัทได้วางเป้าหมายที่จะเป็นพรีเมี่ยมโลว์คอสแอร์ไลน์ ร่วมกับพันธมิตรในการขยายเส้นทาง เพื่อให้บริการที่ดี เพราะปัจจุบันนี้ สายการบินโลว์คอส มีการแข่งขันกันสูงมาก

นายประเวช คาดว่าอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร(เคบิน แฟคเตอร์) ในปีนี้จะพยายามทำให้ขึ้นมาอยู่ที่ 90% จากปีก่อนอยู่ที่ 88% เพราะนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยแล้ว หลังจากปีก่อนชะลอเพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เรือล่มในไทย

ส่วนฝูงบินของ NOK ในปีนี้จะอยู่ที่ 22 ลำ เป็นเครื่องบิน Bombardier Q400-8 จำนวน 8 ลำ และเครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 14 ลำ ส่วนในปี 2563 จะมีเครื่องบินโบอิ้ง 737 เพิ่มขึ้นอีก 2 ลำ มีฝูงบินรวม 24 ลำ และในปี 2564 จะมีเครื่องบินโบอิ้ง 737 เพิ่มอีก 4 ลำ ทำให้ฝูงบินเพิ่มเป็น 28 ลำ

นายประเวช กล่าวว่า ส่วนข่าวที่กลุ่มจุฬางกูร ผู้ถือหุ้นใหญ่จะขายหุ้น NOK ที่ผ่านมา ไม่ได้ยินว่าผู้ถือหุ้นใหญ่จะขาย ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินธุรกิจ และการเพิ่มทุนช่วงที่ผ่านมากลุ่มจุฬางกูร ก็ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัท การบินไทย (THAI) ไม่ได้ใช้สิทธิทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 16%