Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

4 อสังหาฯ แห่ขายหุ้นกู้ 4,360 ล้าน ดอกเบี้ย 6-7% อายุไม่เกิน 3 ปี

4 อสังหาฯ แห่ขายหุ้นกู้ 4,360 ล้าน ดอกเบี้ย 6-7% อายุไม่เกิน 3 ปี

HoonSmart.com>>อสังหาริมทรัพย์พาเหรดออกขายหุ้นกู้ให้นักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ ณุศาศิริ ออกอายุ 1 ปี 11 เดือน ดอกเบี้ย 6.30% MJD ระดม 2,500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 7% CI ขาย 800 ล้านบาท ทริสฯ ห่วงธุรกิจขนาดเล็ก ปี 2561 ผลดำเนินงานผันผวน รายได้ต่ำกว่าคาด ค่าใช้จ่ายสูง ไม่มีโครงการใหม่ มีหนี้สินสูง CMC ต้องการ 700 ล้านบาท คืนหนี้เก่าและเป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัท ณุศาศิริ (NUSA) เสนอขายหุ้นกู้มีประกัน 360 ล้านบาทไม่มีการจัดเรทติ้ง อายุ 1 ปี 11 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.30% ต่อปี เปิดจองวันที่ 23-25 เม.ย.2562 เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และบริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ มูลค่าไม่เกิน 2,500 ล้านบาท อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2564 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.00% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อในวันที่ 24 – 26, 29 เม.ย. 2562 โดยมีบล. เอเซีย พลัส บล. โกลเบล็ก บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) บล. ฟินันเซีย ไซรัส บล.โนมูระ พัฒนสิน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) บล. เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ทั้งนี้หุ้นกู้ มีการจัดอันดับเครดิตองค์กร BB+ หุ้นกู้ไม่มีเรทติ้ง

บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ (CI) คาดว่าออกและเสนอขายหุ้นกู้ มูลค่าไม่เกิน 800 ล้านบาท อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2565 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.00% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อวันที่ 22 – 24 เม.ย. 2562 โดยมีบล. โกลเบล็ก บล.เอเซีย พลัส บล. เคที ซีมิโก้ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

บริษัททริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรบริษัทชาญอิสระฯ ที่ “BB+” สะท้อนถึงขนาดธุรกิจที่เล็ก รวมถึงผลการดำเนินงานที่ผันผวน และภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง

อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงแบรนด์ของบริษัทซึ่งเป็นที่ยอมรับในตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางถึงสูงและในธุรกิจโรงแรม ตลอดจนรายได้ที่สม่ำเสมอจากอาคารสำนักงานให้เช่าและเงินปันผลรับจากการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SRIPANWA) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก (BKKCP)

ทริสฯมองว่าธุรกิจของบริษัทมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก มีรายได้ประมาณ 2,300-2,700 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2558-2560 ส่วนในปี 2561 มีรายได้ 3,001 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการโอนห้องชุดคอนโดมิเนียมและโครงการวิลล่า โครงสร้างรายได้มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 69% โรงแรม 23% และค่าเช่าและบริการ 8%

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการเปิดขายโครงการใหม่ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพียง 13 โครงการ มูลค่าคงเหลือประมาณ 7,954 ล้านบาท และมีมูลค่ายอดขายรอโอนอีกจำนวน 1,306 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้จำนวน 1,000 ล้านบาทในปี 2562 และส่วนที่เหลือจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2563 ในปี 2562 บริษัทมีแผนจะเปิดขายคอนโดมิเนียมใหม่ 1 โครงการ มูลค่า 2,332 ล้านบาทและโครงการวิลล่าอีกจำนวน 8 ยูนิต มูลค่าประมาณ 411 ล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้ประมาณ 2,500-2,800 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2562-2564

“ในปี 2561 ผลงานต่ำกว่าประมาณการของทริสฯแม้รายได้จะเพิ่มขึ้นถึง 29% ก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 30% ลดลงจากระดับ 35%-38% ในช่วง 3 ปีก่อนหน้า เนื่อง จากการลดราคาขายในบางโครงการเพื่อเร่งระบายสินค้ายิ่งไปกว่านั้น ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าที่ทริสคาดไว้ ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 864 ล้านบาท จากประมาณ 650-750 ล้านบาทต่อปีในช่วง 3 ปีก่อนหน้า “ทริสฯระบุ

บริษัท เจ้าพระยามหานคร (CMC) คาดว่าจะออกและเสนอขายหุ้นกู้ ไม่มีการจัดเรทติ้งทั้งตัวองค์กรและหุ้นกู้ มูลค่าไม่เกิน 700 ล้านบาท อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2564 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.75% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 6 – 8 พ.ค. 2562 โดยมีบล. คันทรี่ กรุ๊ป บล. เออีซี เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และบล. คันทรี่ กรุ๊ป เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

วัตถุประสงค์ในการนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้ CMC196A ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 16 ก.ค. 2562 จำนวน 479.1 ล้านบาท และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ