Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

KKP กำไร 1,228 ลบ. ร่วง 18% ภัทรแชมป์โบรกฯหนุนคอมมิชชัน-ไอบี

KKP กำไร 1,228 ลบ. ร่วง 18% ภัทรแชมป์โบรกฯหนุนคอมมิชชัน-ไอบี

HoonSmart.com>>ธนาคารเกียรตินาคินเปิดผลงานไตรมาส 1/62 กวาดรายได้ดอกเบี้ย 3,054 ล้านบาท โต 15% สินเชื่อขยายตัวแค่ 1.9% ได้ลูกค้ารายใหญ่-อสังหาริมทรัพย์-ที่อยู่อาศัย ส่วนเช่าซื้อลดลง บล.ภัทรโชว์ฝีมือ  เบอร์ 1 มาร์เก็ตแชร์กระโดดจาก 4.55% เป็น 7.32%  

ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP)เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ 1,228.16 ล้านบาท ลดลง 284.90 ล้านบาท คิดเป็น 18.82% จากที่มีกำไรสุทธิ 1,513.06 ล้านบาทในระยะเดียวกันปีก่อน และลดลง 13.95% จากไตรมาส 4/2561

ในไตรมาส 1 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ อยู่ที่ 1,130 ล้านบาท ลดลงเพียง 1.1%

สินเชื่อขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2561 มาจากการเติบโตของสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์หดตัวเล็กน้อย ทั้งนี้ สินเชื่อบรรษัทมีจำนวน 28,338 ล้านบาท ขยายตัว 18.7% จากสิ้นปี 2561 ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อขนาดใหญ่ที่ให้กับฐานลูกค้าในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่และบริษัทขนาดใหญ่หรือสินเชื่อที่เกี่ยวกับการทำรายการของสายงานวานิชธนกิจธุรกิจตลาดทุน

ทางด้านคุณภาพของสินเชื่อ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 1 อยู่ที่ 4.1% คงที่กับสิ้นปีที่ผ่านมา ส่วนธุรกิจบริหารหนี้ ธนาคารขายอสังหาริมทรัพย์รอการขายได้จำนวน 171 ล้านบาท มีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์รอการขาย 64 ล้านบาท และธุรกิจตลาดเงินทำรายได้จำนวน 70 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ภัทร มีส่วนแบ่งตลาดทั้งสองตลาดหลักทรัพย์ ไม่รวมบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 4.55% เป็น 7.32 % เป็นอันดับ 1 ของบริษัทหลักทรัพย์ทั้งหมด 38 แห่ง มีรายได้ค่านายหน้ารวม 286 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์ 255 ล้านบาท ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ 31 ล้านบาท และจากการเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุน 99 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจวานิชธนกิจมีรายได้รวม 191 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ที่ปรึกษาทางการเงิน 178 ล้านบาท และการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 13 ล้านบาท ธุรกิจจัดการกองทุนมีรายได้ค่าธรรมเนียม 191 ล้านบาท ส่วนธุรกิจการลงทุนของธุรกิจตลาดทุนเมื่อรวมผลกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายมีรายได้รวม 114 ล้านบาท