Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

GULF-EA ใครจะไปต่อ? 4 หุ้นโรงไฟฟ้านิวไฮในรอบ 1 ปี

GULF-EA ใครจะไปต่อ? 4 หุ้นโรงไฟฟ้านิวไฮในรอบ 1 ปี

HoonSmart.com>>หุ้นไฟฟ้าหลายตัวแสดงอภินิหาร ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ใน 12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF)ที่ทะยานขึ้นไปถึง 103 บาท ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่หรือ ออลไทม์ไฮ นับตั้งแต่หุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2560 ในราคาไอพีโอ 45 บาท

ในช่วงนี้ยังมีหุ้น 3 ตัว ที่ราคาไฮในรอบ 1 ปี ได้แก่ บริษัทพลังงานบริสุทธิ์(EA)ขึ้นสูงสุดถึง 53.75 บาท บริษัท ราช กรุ๊ป (RATCH)สูงสุดที่ 62.25 บาท และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM)สูงสุดที่ 33.50 บาท

เกิดคำถามว่าราคาหุ้นโรงไฟฟ้าแพงเกินไปหรือไม่ คำตอบคือ ไม่แพง สำหรับการลงทุนระยะยาว แต่ในช่วงสั้น จะมีการหยุดพักบ้าง เมื่อมาแรงและเร็วเกินห้ามใจ(ขายทำกำไร) เพราะซื้อขายสูงกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ให้ GULF เพียง 86 บาท EA 52 บาท ส่วน RATCH และ BGRIM ราคายังต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมที่ให้ไว้ 64 บาทและ 34 บาทตามลำดับ

สำหรับ GULF และ EA จะไปต่อหรือไม่ วันนี้(23 เม.ย.) รู้! ตามนัดจะมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มูลค่าโครงการกว่า 84,000 ล้านบาท โดย GULF จับมือกับ กลุ่มปตท.(PTT) ส่วน EA ร่วมกับ บริษัท พริมา มารีน (PRM) ทั้ง 2 กลุ่มมียักษ์ใหญ่ของจีนเข้ามาร่วมลงทุนด้วย

“ทั้ง GULFและ EA อ่อนตัวลงมา ก็มีคนเข้าไปซื้อเก็บ เพราะมีการขยายธุรกิจออกไปไกลกว่าการทำธุรกิจโรงไฟฟ้า หากสามารถต่อจิ๊กซอว์ได้สำเร็จ จะทำให้กำไรเติบโตก้าวกระโดดได้ชัดเจน”

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ บุกหนักธุรกิจไฟฟ้าในและต่างประเทศ ทั้งพลังงานก๊าซ ไอน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และกำลังร่วมมือกับบริษัทใหญ่ของจีน ในการประมูลเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) รวมถึงการลงทุนต่อยอดในโครงการสาธารณูปโภค นอกจากท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 แล้ว ยังร่วมกับปตท.ประมูล ท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 ด้วย เพื่อนำเข้าก๊าซมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 5,000 เมกะวัตต์ ในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง

ส่วน EA ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า เรือโดยสารไฟฟ้า ยังไม่รวมถึงความสำเร็จในการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม โครงการหนุมาน จังหวัดชัยภูมิ ครบ 260 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน บริษัท RATCH ประกาศเปลี่ยนชื่อจาก บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เป็น บริษัท ราช กรุ๊ป สร้างองค์กรให้เป็นที่ยอมรับของสากล หลังจากขยายธุรกิจไปกว้างกว่าธุรกิจไฟฟ้าและเกี่ยวเนื่อง พร้อมสร้างรายได้สัดส่วน 25% จากธุรกิจสาธารณูปโภค ตั้งเป้าขยายกิจการกว่าเท่าตัวเป็น 2 แสนล้านบาทในปี 2567 เชื่อว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกล

บริษัทบี.กริม เพาเวอร์มีจุดเด่นในเรื่องฝีมือในการลงทุน สามารถก่อสร้างและผลิตไฟฟ้าได้เสร็จตามเวลาและภายในงบประมาณที่วางไว้ ที่สำคัญ “คอนเน็คชั่น” ทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้โครงการขนาดใหญ่มาหลายงาน ผลงานในปีนี้จะเติบโตขึ้นมากชัดเจน ประมาณกลางปี 2562 จะเริ่มรับรายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เวียดนาม 2 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 677 เมกะวัตต์ ไม่รวมรายได้จากการซื้อโรงไฟฟ้าจากบริษัท โกลว์ พลังงาน(GLOW) การลงทุนในต่างประเทศและในประเทศเพิ่มเติม

บริษัทบีพีซีจี (BCPG) แม้ว่าราคาหุ้นจะยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดสูงสุดในรอบ 1 ปี ที่ 22.80 บาท แต่ราคาค่อยๆขยับขึ้น จากข่าวดีที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดย “บัณฑิต สะเพียรชัย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2562 โครงการนาลมลิกอร์ กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ ที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มต้นการขายไฟฟ้า (COD) ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)ได้เร็วกว่าที่ประมาณการไว้เดิม คือช่วงปลายไตรมาส 2 ทำให้สามารถรับรู้รายได้ได้เร็วขึ้น

โครงการนี้ประกอบด้วยกังหันลม 4 ต้น สามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยวันละประมาณ 5.1 ชั่วโมง บริษัทฯขายไฟฟ้าได้เฉลี่ยหน่วยละประมาณ 6.60 บาทจากการได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (adder) ในอัตรา 3.50 บาทต่อหน่วย ราคาค่าไฟฐานเป็นระยะเวลา 10 ปี และมีระบบจัดการพลังงาน ภายในโครงการที่จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับ กฟภ. อย่างสม่ำเสมอ

“โครงการนี้นอกจากจะตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด คาดว่าจะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 7,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปีนี้ และประมาณ 9,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปีต่อๆ ไปที่มีการผลิตไฟฟ้าเต็มปี” บัณฑิตกล่าว

สำหรับแผนการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังลม บริษัทฯ กำลังศึกษาโอกาสการลงทุนในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยจะเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง ขนานไปกับการรุกเข้าสู่ธุรกิจ Digital Energy เพื่อนำนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถผลิตพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยตัวเองและประหยัดค่าใช้จ่าย

ผู้นำธุรกิจไฟฟ้าไม่หยุดคิด ไม่หยุดลงทุนไปทั่วโลก   จึงมีโอกาสสร้างกำไรก้าวกระโดด  ให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นสูงจนคุ้มค่า แต่อย่าหวังผลตอบแทนปันผลสูง เพราะจะต้องนำเงินไปต่อเงินถึงจะสร้างมูลค่ากิจการใหญ่โตในเอเชีย