Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

S ลั่นรายได้ปีนี้แตะ 2 หมื่นล. ดันธุรกิจโรงแรมเข้าตลาดหุ้น

S ลั่นรายได้ปีนี้แตะ 2 หมื่นล. ดันธุรกิจโรงแรมเข้าตลาดหุ้น

HoonSmart.com>>“สิงห์ เอสเตท” ลั่นปีนี้รายได้แตะ 2 หมื่นล้านบาท ถึงเป้า “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” ผ่านกลยุทธ์ ขยายธุรกิจในไทย-ตปท. ดันลูกธุรกิจโรงแรม “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” เข้าตลาดหุ้น ไตรมาส 3 ปีนี้ ระดมทุนขยายกิจการ มุ่งสู่การเป็นโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติ รองรับการท่องเที่ยว

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท (S) เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีการเก็บเกี่ยวรายได้จากการลงทุนของ 3 ธุรกิจ ทำให้บริษัทก้าวขึ้นเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี อย่างสมบูรณ์ หลังจากทยอยนำธุรกิจต่าง ๆ เข้าตลาดหุ้น เริ่มจาก บริษัท เนอวานา ไดอิ ต้นปีนี้ , การตั้งกองทรัสต์ sprime สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน และการนำบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทธุรกิจโรงแรม เข้าตลาดหลักทรัพย์

สำหรับการเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี คือ การสร้างเติบโตของหลายธุรกิจ สร้างความสมดุลของพอร์ตลงทุนให้มีรายได้ประจำ และรายได้การขาย สัดส่วน 50:50 เป้าหมายรายได้รวมปีนี้ใกล้ 2 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมา มีรายได้ 7,500 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจโรงแรม เป็นรายได้ส่วนใหญ่ถึง 40 % ของรายได้รวม

นายนริศ กล่าวว่า ธุรกิจที่พักอาศัย เช่น โครงการแรก ดีเอส อโศก มูลค่า กว่า 1 พันล้านบาท จะโอนส่งมอบให้ลูกค้า 80 % หรือกว่า 5 พันล้านบาท และโครงการที่ 2 ตกแต่งใกล้เสร็จ คาดโอนให้ผู้ซื้อปลายปีนี้ ส่วนสิงห์ คอมเพล็กซ์ สำนักงานให้เข่า เหลือพื้นที่ให้เช่าอีกประมาณ 10 % ขณะที่ธุรกิจโรงแรม มีการเติบโตที่ดี จากกลางปีที่ผ่านมา มีการซื้อโรงแรมเพิ่ม 6 แห่ง ทำให้รายได้ในกลุ่มเติบโตขึ้น

“การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” คือ พยายามเติบโตหลายธุรกิจ สร้างความสมดุลของพอร์ตลงทุน ให้มีรายได้ประจำ และรายได้ขาย เท่ากันคือ 50 : 50 ดังนั้น ต้องเพิ่มโรงแรมและอาคารสำนักงาน เพื่อให้มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ รวมทั้งการกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และการสร้างพรีเมี่ยม แบรนด์ให้กับธุรกิจโรงแรม และที่อยู่อาศัย เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเติบโตต่อไป รวมทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างเป็นไปตามแผนหมด ทำให้เราก้าวขึ้นเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง ฯ แล้ว “ นายนริศ กล่าว

นายเดิร์ก เดอ ไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) กล่าวว่า โรงแรมในกลุ่มของ SHR มีการเติบโตรวดเร็ว จาก 2 แห่งในไทย เมื่อปี 2557 ปัจจุบันมีโรงแรมทั้งหมด 39 แห่ง กระจาย 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย ยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชียแปซิฟิก รวม 4,271 ห้อง เป้าหมายปีนี้ จะมี 39 โรงแรม จำนวน 4,647 ห้อง และอีก 6 ปีข้างหน้าหรือปี 2025 มีเป้าหมาย 75 โรงแรมและรีสอร์ท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งการเป็นเจ้าของก่อสร้าง-บริหารเอง ซื้อกิจการ และ รับจ้างบริหาร

ทั้งนี้ SHR มีโรงแรมบริหารจัดการเอง คือ รร.พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีชรีสอร์ท และรร. สันติบุรี เกาะสมุย ,โรงแรมในอังกฤษ 29 แห่ง บริหารภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn โรงแรม Outrigger เป็นกลุ่มโรงแรมจำนวน 6 แห่ง ที่บริหารภายใต้แบรนด์ Outrigger โครงการ ครอสโรดส์ เฟส 1 บนเกาะมัลดีฟ ประกอบด้วยโรงแรม 2 แห่ง คือ SAii ลากูน มัลดีฟ , และโรงแรม ฮาร์ดล็อค มัลดีฟ

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท (S) กล่าวว่า ผลประกอบการของ SHR ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตก้าวกระโดด จากการซื้อโรงแรมใหม่ ๆ เข้ามาต่อเนื่อง มีกำไรกว่า 400 ล้านบาท สร้างรายได้ก้อนใหญ่ 40 % ของรายได้รวม 7,500 ล้านบาท ของ S ซึ่งการขยายโรงแรม โดยการซื้อและสร้างเอง จำเป็นต้องใช้เงินทุน เพื่อลดการพึ่งพาเงินทุนจาก S จำเป็นต้องระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

“การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการแข่งขัน รวมทั้งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ลดการพึ่งพาเงินทุนบริษัทแม่ ซึ่งเงินทุนที่ระดมได้ จะไปใช้คืนหนี้และขยายกิจการ ทำให้ภาระการกู้ลดลง “ นางฐิติมา กล่าว

ทั้งนี้ SHR มีทุนจดทะเบียน ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ชำระแล้ว 1 หมื่นล้านบาท ยื่นข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไป 13 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีธนาคารกรุงไทยและธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เป็นที่ปรึกษาการเงิน และแกนนำเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 40 % ของทุนจดทะเบียน ภายหลังการเพิ่มทุน ส่งผลให้ S มีสัดส่วนการถือหุ้น 60 % จากเดิม 100 % คาดระดมทุนและเข้าตลาดหุ้น ประมาณต้นไตรมาส 3 ปีนี้