Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ACG หุ้นดีลเลอร์รถยนต์ตัวแรก คิดการใหญ่-ตั้งใจโต

ACG หุ้นดีลเลอร์รถยนต์ตัวแรก คิดการใหญ่-ตั้งใจโต

HoonSmart.com>>ACG ดีลเลอร์รถยนต์ภูธร แบรนด์ท็อปของประเทศ งบการเงินเป๊ะ ธุรกิจเติบโต ไม่โอเวอร์ แต่จริงจังมาก จากธุรกิจห้องแถวเล็กๆ ในภูธร มาวันนี้ น้องใหม่ที่พร้อมแล้ววันที่ 27 มิ.ย.นี้ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หลังจากรอคอยมาไม่นานเพียง 2 ปี 3 เดือน 

“ภานุมาศ  รังคกูลนุวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ บริษัท ออโต้คอร์ป โฮลดิ้ง เป็นผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อ 25 ปีที่แล้ว จากห้องแถวเล็กๆ ตัวแทนขายรถยนต์ฮอนด้า ในจังหวัดสุรินทร์บ้านเกิด ธุรกิจเล็ก แต่ “ภานุมาศ” กลับคิดการใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น ใครๆ ก็ว่าเขา “หัวสูง” บ้างล่ะ รสนิยมสูง ก็มี เป็นแค่ธุรกิจห้องแถว บังอาจใช้ผู้สอบบัญชีระดับบิ๊กโฟร์ KPMG  ธุรกิจห้องแถว ระดับผู้สอบบัญชีธรรมดาๆ ก็เอาอยู่

จุดเริ่มต้นของการใช้ผู้สอบบัญชีระดับบิ๊กโฟร์ของ ACG  ถ้านักลงทุนให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ มองให้ลึกลงไป จะพบว่า เป็นจุดเริ่มต้นธรรมาภิบาลของเจ้าของ ที่ต้องการให้เกิดความเชื่อมั่นในงบการเงิน เชื่อได้อย่างสนิทใจ เพราะ ความแม่นยำของข้อมูลการเงิน   เป็นหัวใจการทำธุรกิจ แข่งขันได้

เมื่อถามว่า ทำไม ???? หรือเหตุผลที่ต้องใช้บิ๊กโฟร์ ตั้งแต่เริ่มธุรกิจ หากใครได้ฟังก็จะนึกหมั่นไส้ “ภานุมาศ”  ที่มีปรัชญาชีวิต ว่า “ถ้าไม่ซื้อ-ไม่ใช้ของแพง จะรู้ได้ไงว่า ของแพง-ของถูก ดีหรือไม่ดี ที่ต้องใช้ของแพง เพราะเชื่อว่า ของแพงทำให้เชื่อถือได้ ต้องการทำธุรกิจแล้วเชื่อมั่นได้อย่างสนิทใจ บนข้อมูลงบการเงินที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ เหมือนคดีความถ้าคดีสำคัญ ต้องใช้ทนายเก่ง” เขาเปรียบเทียบ

“ภานุมาศ” บอกอีกว่า การใช้บิ๊กโฟร์ ทำให้การยื่นข้อมูลการเสนอขายหุ้นต่อนักลงทุน หรือไฟลิ่ง ของ ACG ใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาคำขอจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผลจากการเตรียมตัวที่ดี มีวินัยในตัวของภานุมาศ

ความเป็นดีลเลอร์รถยนต์ รายแรก ที่เข้าตลาดหุ้น ไม่มีหุ้นตัวอื่นให้นักลงทุนเปรียบเทียบ ภานุมาศ มองว่า เป็นการให้โอกาส ACG ซึ่งเป็นธุรกิจเอเย่นต์ขนาดเล็ก หากเข้าตลาดทุนแล้วไปได้ดี จะมีดีลเลอร์รายอื่นเข้าตลาดหุ้น มีบัญชีถูกต้อง

“ขณะนี้เกิดกระแส บริษัทดีลเลอร์รถยนต์อื่นๆ กำลังจะเดินตามผมเข้าตลาดหุ้น โดยให้ผม – ACG เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นประโยชน์กับส่วนรวมกับประเทศ”

หุ้น ACG ราคาเสนอขายไอพีโอ 1.44 บาท ความต้องการมากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขาย 156 ล้านหุ้น ภานุมาศ มีเหตุผล 4 ข้อคือ  1. ธุรกิจที่เติบโต จากเงินระดมทุนนำไปขยายสาขาทุกภูมิภาค จำนวนสาขาที่มาก จะได้เปรียบต้นทุนที่ต่ำลง โอกาสการขายที่มากขึ้น 2. ธุรกิจ ACG เป็นเรียลเซ็กเตอร์ มีทรัพย์สิน อาคารและที่ดิน  ไม่ใช่เทรดเดอร์ซื้อมา-ขายไป

3. แบรนด์รถยนต์ที่ขาย HONDA เป็น 1 ในตลาดเมืองไทย ได้เปรียบในการแข่งขัน  ซึ่งการเป็นสินค้าแบรนด์ดี ลูกค้าสนใจ เดินเข้ามาหา จะได้ราคาดีกว่าเดินไปหาลูกค้า และ 4. รถยนต์เป็นปัจจัยที่ 5 การเติบโตของอุตสาหกรรมสูง โอกาสน้อยมากที่ยอดขายจะลดลง 50 %  ฉะนั้น จึงมีความเสี่ยงน้อยมาก

ภานุมาศ ทิ้งท้ายว่า เหตุผลการเข้าตลาดหุ้นของ ACG คือ ต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดไป โดยการใช้โอกาสจากตลาดทุน ที่ทำให้การเป็นบริษัทครอบครัว ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีต้นทุนการเงินที่ต่ำ

“สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจจะบอกผู้ถือหุ้นก็คือ ผมขายหุ้นไอพีโอ ผมดีใจอย่างหนึ่งคือ  ความเชื่อมั่นมีค่าเสมอสำหรับผม  ไม่ว่านักลงทุนจะขายหุ้นหรือถือหุ้น ผมจะทำดีที่สุด ตอบแทนในความเชื่อมั่นที่มีในตัวผม ตั้งใจทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ภานุมาศ ย้ำในที่สุด

ก่อนซื้อขาย 27 มิ.ย.นี้ ACG โชว์ผลงานก่อนเทรด ไตรมาส 1/62 พลิกมีกำไร 15 ล้านบาท จากงวดปีก่อนขาดทุน เหตุรายได้จากการขาย บริการเพิ่ม หลังลุยเปิดสาขาเพิ่ม ด้านต้นทุนการเงินลด

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562 มีกำไรสุทธิ 15.74 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.04 บาท พลิกจากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 2.71 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.03 บาท หรือคิดเป็นผลงานดีขึ้น 680%

ส่วนงบปี 2561 สิ้นสุด 31 ธ.ค.2561 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 27.41 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.08 บาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 21.33 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.43 บาท

สาเหตุที่กำไรสุทธิเติบโตในงวดไตรมาส 1/2562 เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาไปจังหวัดกระบี่ เมื่อต้นปี 2562 และสาขาภูเก็ตและสาขานาคาเมื่อเดือน มี.ค.2561

นอกจากนั้นอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่ง 3 เดือนแรก ปี 2561 กลุ่มบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิติดลบ 0.63% ในขณะที่ 3 เดือนแรกปี 2562 มีอัตรากำไรสุทธิ 1.93% ถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัทจะมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากส่วนงานบริการ เนื่องจากค่าใช้จ่ายคงที่เพิ่มขึ้น เช่น เงินเดือนจากการปรับเงินเดือนพนักงานประจําส่วนงานบริการ และค่าเสื่อมราคาอาคาร เป็นต้น แต่กลุ่มบริษัทมีรายได้ค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น และนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย

อีกทั้งกลุ่มบริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินกู้ยืมระยะสั้น และการขยายระยะเวลาชําระหนี้ให้เจ้าหนี้การค้าเมื่อปลายไตรมาส 1 ปี 2561 โดยกลุ่มบริษัทมีต้นทุนทางการเงินสําหรับช่วง 3 เดือนแรกปี 2561 และ 3 เดือนแรกปี 2562 จํานวน 7.45 ล้านบาท และจํานวน 6.94 ล้านบาทตามลําดับ