Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ส่งออกก.ค.โต 4.28% พุ่งครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ฟื้น

ส่งออกก.ค.โต 4.28% พุ่งครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ฟื้น

HoonSmart.com>>เกินคาด! ส่งออกเดือน ก.ค.พลิกฟื้นเป็นบวกครั้งแรก เติบโต 4.28% สูงสุดในรอบ 5 เดือน หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวตาม ค่ายกสิกรไทยคาดปีนี้ส่งออกขยายตัวไม่ถึง 1% ความเสี่ยงยังมีอยู่ 

หุ้นอิเล็กทรอนิกส์บวกเป็นวันแรกในรอบหลายวัน โดยบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ปิดที่ 53.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาทหรือ 6.97% บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ปิดที่ 16.40 บาท บวก 0.60 บาทหรือ 3.80% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการส่งออกจำนวนมาก คาดว่านักลงทุนกลับมาให้ความสนใจ ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์และความเชื่อมั่นจากตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค. เติบโต 4.28% เป็นบวกครั้งแรกและสูงสูดในรอบ 5 เดือน ขณะเดียวกันราคาหุ้นเหล่านี้ปรับตัวลงไปมาก เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าลุกลามและเงินบาทแข็งค่า  แต่การลงทุนในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ยังคงมีความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือน ก.ค. 2562  ส่งออกมีมูลค่า 21,205 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 4.28% ผิดจากตลาดคาดแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 21,094.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 1.67% เกินดุลการค้า 110.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ส่งออกมูลค่ารวม 144,175.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 1.91% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่ารวม 140,122.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 1.81% แต่ยังเกินดุลการค้า 4,053.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“การส่งออกในเดือน ก.ค.ที่ขยายตัว 4.28% ถือว่าเป็นการกลับมาขยายตัวเป็นบวกครั้งแรกและสูงสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากส่งออกทองคำที่ขยายในระดับสูงจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดโลก นอกจากนี้ผลกระทบจากสงครามการค้าเริ่มลดลง ประกอบกับการส่งออกสินค้าศักยภาพใหม่ไปยังตลาดสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจากจีนมีการเติบโตได้ค่อนข้างดี ถึง 12% แต่ทั้งนี้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันยังคงชะลอตัวจากปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก” น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร กลับมาขยายตัวได้ 1.4%ได้แก่ ผักผลไม้แช่เย็น แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป, ยางพารา ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ ทองคำ ที่ขยายตัวถึง 407% เนื่องจากราคาทองคำยังเป็นทิศทางขาขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก จึงทำให้มีการถือครองทองคำมากขึ้น

ส่วนแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุน คาดว่าครึ่งปีหลัง มีโอกาสที่ส่งออกจะเป็นบวกได้ ถ้าตัดปัจจัยราคาน้ำมันที่ราคาสูงกว่าปีนี้ ดึงมูลค่าของสินค้าในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันลงมา และหากส่งออกทำได้ไม่ต่ำกว่า 21,750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ก็จะส่งผลให้การส่งออกทั้งปีนี้ไม่ติดลบ

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทว่า ธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ช่วยประคองให้เงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ในจังหวะนี้ผู้นำเข้าสินค้าทุน ตลอดจนวัตถุดิบต่างๆ สามารถนำเข้าในราคาที่ถูกลงได้

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การส่งออกสินค้า ในช่วงไตรมาสที่ 3 น่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกหลังจากติดลบในช่วง 2 ไตรมาสแรก และน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครึ่งปีหลังเติบโตเป็นบวกได้เล็กน้อย โดยยังคงประมาณการส่งออก ตลอดปี 2562 ไว้ที่ 0.0% โดยมีกรอบการขยายตัวที่ -2.0 ถึง 1.0%

การส่งออกทองคำพุ่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ช่วยหนุนภาพรวมเดือนก.ค. พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เมื่อหักทองคำออก ภาพรวมส่งออกเดือนก.ค. หดตัว 0.4% ในตลาดอาเซียนและยุโรป ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ และจีนพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวก ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานที่ต่ำในปีก่อน และสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะผลไม้ ตรงกับความต้องการของตลาดจีน