Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

คอลัมน์ความจริงความคิด : ของราคาถูก กับ ของราคาต่ำ

คอลัมน์ความจริงความคิด : ของราคาถูก กับ ของราคาต่ำ

โดย….สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

พักหลังๆ เราจะเห็นว่าการลงทุนทำกำไรได้ยากเหลือเกิน บางทีข่าวดี หุ้นกลับลง แต่เวลามีข่าวร้าย หุ้นกลับขึ้น แต่แทบทุกครั้งที่มีหุ้นตกแรงๆ ก็จะมีหลายคนแนะนำให้เข้าไปช้อนซื้อด้วยเหตุผลหุ้นถูก แต่เมื่อเข้าไปช้อนซื้อแล้ว หุ้นกลับตกต่อลงไปอีก ทำให้แม้ไม่ติดยอดดอย แต่ก็ติดไหล่เขา เจ็บตัวไม่ต่างกัน

ก้อเลยสงสัยว่าหุ้นที่ราคาตกลงมาเยอะๆ จนดูแล้วราคาถูก สรุปแล้วเป็นหุ้นราคาถูก หรือ หุ้นราคาต่ำ หลายคนอ่านก็งง ของราคาถูกกับของราคาต่ำ มันต่างกันด้วยเหรอ จริงๆ แล้วต่างกันมากครับ

ของราคาถูก คือ ของที่ราคาของมันต่ำกว่ามูลค่าของมัน อย่างเช่น มีคนนำนาฬิกายี่ห้อหรูมาขายให้เราเพราะร้อนเงินในราคา 10,000 บาท ขณะที่ราคาที่ขายในห้างอยู่ที่ 30,000 บาท แม้เราจะรู้สึกว่านาฬิการเรือนนี้แพงเพราะราคาตั้ง 10,000 บาท แต่ก็ถือเป็นของราคาถูก เพราะราคาถูกกว่ามูลค่า แต่หากเราไปซื้อนาฬิกาแฟชั่นตามตลาดนัดที่ราคาเรือนละ 100 บาท ซื้อมาใส่ได้ 2-3 สัปดาห์ก็เจ๊ง อย่างนี้เท่ากับเราซื้อของราคาต่ำ

พูดถึงเรื่องนี้ ก็นึกถึงตัวเองตอนอ่านเจอข่าว “ราคาประเมินรับภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง ใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 61 สูงสุดอยู่ที่ย่านสีลม ตารางวาละ 1 ล้านบาท และต่ำสุดอยู่ที่บางขุนเทียน บริเวณคลองโล่งชายทะเล ตารางวาละ 500 บาท ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด สูงสุดอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตารางวาละ 4 แสนบาท และต่ำสุดอยู่ที่ จ.ลพบุรี อ.โคกเจริญ ตารางวาละ 20 บาท”

จำได้ตอนนั้น ตื่นเต้นมาก รีบดูเลย ที่ดินแถว อ.โคกเจริญ อยู่ตรงไหน อยากซื้ออ่ะ โคตรถูกเลย เทียบกับที่สีลม ซื้อไปได้ยังไง ตารางวาละ 1 ล้านบาทโคตรแพงเลย แถมยังคิดเรื่อยเปื่อยไปอีก ใครที่ซื้อนอกจากมีเงินแล้วต้องโง่ด้วย ไอ้เราโคตรฉลาดเลย ซื้อที่ได้ถูกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า

ทำไม คนถึงชอบของราคาถูก เป็นเพราะมองว่าโอกาสขาดทุนมีน้อย หรือ ถ้าขาดทุนก็ไม่เจ็บตัวมาก ถ้าซื้อของราคาแพงสิ โอกาสขาดทุนมีสูง อย่างที่เรียกกันว่า ติดดอย โอกาสได้กำไรก็มีน้อย เพราะต้นทุนสูง แล้วจริงๆ เป็นอย่างนั้นรึเปล่า

ขอเล่าต่อเลย หลังจากนั้นผมก็มองหาที่เรื่อยไป โดยอาศัยเงื่อนไขในการเลือกที่อย่างเดียวเลย คือ ราคาต้องถูก ที่ดินที่ดูดี แต่ราคาแพงไม่เอา
ปรากฏว่าที่ดินที่ซื้อมา ราคาก็ไม่เปลี่ยนแปลง มีบางช่วงต้องการใช้เงิน ขายก็ไม่มีใครเอา ขนาดลดราคา ยอมขาดทุน ก็ยังไม่มีคนซื้อ กลายเป็นเงินจม

ส่วนเพื่อนที่ซื้อคอนโดราคาแพงแถวสุขุมวิท กลับมีรายได้ค่าเช่าเดือนละหลายหมื่น แถมถ้าจะขาย ก็มีคนรอซื้อ ให้ราคาดีซะอีก

สรุปสุดท้าย ของถูกของผมกลับแพง เพราะขายต่อไม่มีคนเอา ขนาดขายถูกกว่าต้นทุนที่ซื้อมายังไม่มีใครเอา ส่วนของแพงที่เพื่อนซื้อกลับถูก เพราะมีคนรอซื้อต่อ ให้ราคาดีซะด้วย

ในเรื่องการลงทุนก็เช่นกัน หลายคนชอบซื้อหุ้นราคาถูก เช่น หุ้นจำพวก 3 ตัวบาท หรือ 10 ตัวบาท เป็นต้น เพราะใช้เงินไม่เยอะก็ซื้อหุ้นได้หลายๆตัว หรือ ชอบซื้อกองทุนที่ NAV ต่ำๆ ยิ่งต่ำกว่า 10 บาท ยิ่งชอบ เพราะเข้าใจว่าของถูก ส่วนหุ้นที่ราคาแพงๆ อย่าง หุ้นปูนใหญ่ ราคา 400 กว่า แพงๆไม่เอา โดยไม่ได้ไปศึกษาวิเคราะห์มูลค่าของหุ้นที่ลงทุนเลยว่า ราคาที่ซื้อนั้นถูกหรือแพงกว่ามูลค่าของหุ้น

ดังนั้น เมื่อเป้าหมายการลงทุนของเรา คือ ผลตอบแทน การลงทุนในของที่ราคาแม้จะดูแพง แต่ถ้าถูกกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ก็ย่อมให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในของที่ดูราคาถูก แต่จริงๆแล้วแพงกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น เพราะท้ายที่สุด ราคาจะวิ่งเข้าหามูลค่าที่ควรจะเป็นเสมอ ของราคาถูกกว่ามูลค่า ราคาก็จะสูงขึ้น ผลคือ เราได้กำไร ส่วนของราคาแพงกว่ามูลค่า ราคาก็จะปรับลดลง ผลคือ เราขาดทุน