Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

PACE ขายบริษัทอสังหาใช้หนี้ 1.5 พันลบ. บรุ๊คเคอร์ฯได้หุ้น74%-คืนกสิกรฯ 686 ลบ.

PACE ขายบริษัทอสังหาใช้หนี้ 1.5 พันลบ. บรุ๊คเคอร์ฯได้หุ้น74%-คืนกสิกรฯ 686 ลบ.

HoonSmart.com>>เพซ ดีเวลลอปเมนท์ ฯ ตัดขายบริษัทอสังหา โครงการวินด์เชลล์ นราธิวาส ทำเลทอง มูลค่า 2,800 ล้านบาท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป-เอ็มซีแอล พร็อพเพอร์ตี้แบ่งหุ้นมูลค่า 348 ล้านบาท บริษัทตัวเบาหนี้ลดลง 1,500 ล้านบาท แถมรับรู้กำไร 34 ล้านบาท

นายสรพจน์ เตชะไกรศรีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯครั้งที่ 16/2562 เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 มีมติอนุมัติการจำหน่ายหุ้นทั้งหมดของบริษัท วาย แอล พี (YLP) ในราคา 348,567,548 บาท ให้กับบริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) จำนวน 1,257,999 หุ้น สัดส่วน 74% ในราคาหุ้นละ 203.69 บาท เป็นเงินประมาณ 256 ล้านบาท และบริษัท เอ็มซีแอล พร็อพเพอร์ตี้ จำนวน 441,999 หุ้น ในราคาหุ้นละ 208.88 บาท เป็นเงิน 92 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกับบริษัทฯ

ทั้งนี้ ราคาประเมินของหุ้น YLP จำนวน 1,699,998 หุ้น อยู่ที่ประมาณ 347 ล้านบาท เป็นมูลค่าเฉลี่ยของมูลค่ายุติธรรมที่ประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินอยู่ระหว่าง 321-373 ล้านบาท

การซื้อขายบริษัทวาย แอล พี ครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากบริษัท เฟซ ฟู้ด รีเทล (PFR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PACE ได้ทำสัญญากู้เงินกับผู้ซื้อ โดยมีบริษัท PACE เป็นผู้ค้ำประกันและจำนำหุ้นที่ถืออยู่ใน YLP ทั้งนี้ ณ วันที่ 6 พ.ย. 2562 บริษัท เพซ ฟู้ด รีเทลมีหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยค้างอยู่ทั้งสิ้น 348,567,548 บาท จึงต้องขายหุ้น YLP เพื่อชำระหนี้ทั้งหมด

ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าบริษัทจะได้รับ สามารถที่จะลดภาระหนี้ได้ทั้งหมด 1,513 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สินของ PER ที่มีอยู่กับผู้ซื้อจำนวน 348 ล้านบาท หนี้สินของ YLP ที่มีอยู่กับธนาคารกสิกรไทยจำนวน 686 ล้านบาท และหนี้สินอื่นๆจำนวน 478 ล้านบาท โดยบริษัทจะรับรู้กำไรในงบการเงินรวมทั้งสิ้น 34 ล้านบาท ทั้งนี้มูลค่าหุ้นตามบัญชีของ YLP ในงบการเงินของบริษัท ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2562 เท่ากับ 232 ล้านบาท

“คณะกรรมการบริษัทเห็นควรอนุมัติให้ขายหุ้น YLP ในราคา 348 ล้านบาท ซึ่งไม่ต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีและเป็นราคาที่เหมาะสม เพื่อลดภาระหนี้ของบริษัทได้เป็นอย่างมาก “บริษัทระบุ

สำหรับภาระหนี้สินอื่นๆ บริษัทได้ทำหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ขอผ่อนผันและขอขยายระเวลาการชำระหนี้จากวันที่ 4 พ.ย. เป็นวันที่ 20พ.ย. 2562 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนหนี้หุ้นกู้ บริษัทจัดการประชุมผู้ถือหุ้นกู้เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 สำหรับวงเงิน 1,219ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 23 ก.พ. 2563 ซึ่งมีมติอนุมัติยกเว้นเหตุผิดนัด หลังจากบริษัทผิดนัดชำระหนี้กับธนาคารไทยพาณิชย์ และยืดเวลาวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันที่ 23 ก.พ. 2566  บริษัทสามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดได้และอนุมัติแก้ไขอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 6.5% ต่อปี แต่ขอเลื่อนการชำระดอกเบี้ยงวดเดือนพ.ย.2562 ไปไม่เกินกว่าวันที่ 23 ก.พ. 2563 ส่วนงวดต่อๆไปขอชำระดอกเบี้ยทุกไตรมาสในอัตรา 3% ต่อปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2563 ส่วนต่างอัตรา 3.5% ต่อปี ขอชำระเป็นงวดๆ เมื่อมีการไถ่ถอนหุ้นกู้

ทางด้านบริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่าคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นบริษัท วาย แอล พี  จำนวน 74% เพื่อชำระหนี้ เพราะเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท อาคารชุด ที่ YLP กําลังพัฒนา คือโครงการวินด์เชลล์ นราธิวาส 28 ชั้น มีศักยภาพ เนื่องจากใกล้แล้วเสร็จ และมีการจองไปแล้วประมาณ 8 ยูนิต และยังมีที่โอนไปแล้วอีก 4 ยูนิต จากที่มีทั้งหมดจํานวน 36 ยูนิต โครงการรวมประมาณ 2,800 ล้านบาท จึงเห็นว่าหุ้นใน YLP นั้นมีมูลค่า ดังนั้น ทางบริษัทฯ ได้มีการเจรจาต่อรองกับทางกลุ่ม PACE และได้ให้เงินกู้แก่ PFR เพิ่มเติมในวันที่ 5 ต.ค.2562 ที่ผ่านมาอีก 50 ล้านบาท โดยการใช้หุ้น YLP ตามสัญญาเงินกู้ 300 ล้านบาท เป็นหลักประกันและได้ เพิ่มเติมให้สัญญาดังกล่าวมีความครอบคลุมถึงเงินกู้จํานวนใหม่นี้ด้วย

อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทฯ ถือหุ้น PACE จำนวน 91 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.76% และเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ของ บริษัท เพซ ฟู้ด รีเทล ทั้งนี้ PFR มียอดหนี้คงค้างทั้งสิ้น 256 ล้านบาท

ส่วนฐานะการเงินของ YLP ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2562 มีส่วนของผู้ถือหุ้น 2,084 ล้านบาท สินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ 2,059 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 2,729 ล้านบาท ด้านผลการดำเนินงานในรอบ 12 เดือน กำไรสุทธิ 82 ล้านบาท แต่หากเป็นงบบริหารขาดทุน 30 ล้านบาท

YLP เคยดําเนินโครงการศาลาแดง เรสซิเดนเซส 25 ชั้น จํานวน 132 ยูนิต มูลค่ารวม 2,300 ล้านบาท และปัจจุบันกําลังพัฒนาอาคารที่อยู่อาศัย วินด์เชลล์ นราธิวาส 28 ชั้น แบบเพดานสูง 2 เท่า จํานวน 36 ยูนิต   มูลค่าโครงการรวม  2,800 ล้านบาท