ฟิทช์ให้เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ BAM กองทุนฟื้นฟูฯถือต่ำกว่า 50%

HoonSmart.com>>ฟิทช์ เรทติ้งส์ มองอันดับเครดิตของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์อาจจะได้รับผลกระทบ หลังบริษัทขายหุ้น IPO เสร็จ กองทุนฟื้นฟูฯถือหุ้นต่ำกว่า 50% จับตายังมีโอกาสที่บริษัทจะได้รับการสนับสนุนพิเศษที่นอกจากการดำเนินงานปรกติจากภาครัฐอีกหรือไม่

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ให้เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AA-(tha)’ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันที่ ‘AA-(tha)’ ของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์( BAM) หลังจากบริษัทเปิดเผยรายละเอียดการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งแรก ( IPO) และระยะเวลาที่ชัดเจน ซึ่งได้รับอนุมัติจากทางการไทยเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2562

สำหรับเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ สะท้อนถึงโอกาสที่เครดิตของบริษัทจะถูกปรับลดอันดับ จากโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนันสนุนแก่ BAM น่าจะลดลง หลังขายหุ้น IPO ตามแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อาจจะลดการถือหุ้นใน BAM ลงไปต่ำกว่า 50% จากเดิม 99.99%  ซึ่งระดับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับภาครัฐและระดับการควบคุมกำกับอาจจะปรับตัวลดลงเช่นกัน

อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM มีปัจจัยจากการสนับสนุนจากภาครัฐ BAM ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 เพื่อบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2540 แต่บทบาทในเชิงนโยบายของ BAM ได้ทยอยปรับตัวลดลง เนื่องจากภาคการเงินของประเทศไทยได้ฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติแล้ว นอกจากนี้แผนการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกองทุนฟื้นฟู ยังเป็นปัจจัยที่บ่งชี้ว่าภาครัฐไม่ได้มอง BAM ในฐานะองค์กรหลักของรัฐในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม BAM ยังคงมีบทบาทที่สำคัญในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีผลกำไรที่สม่ำเสมอ อีกทั้งที่ผ่านมา BAM ได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์ เช่น การให้ตราสารหนี้ของบริษัทสามารถนับเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ได้และการได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีส่วนช่วยสนับสนุนความสามารถในการระดมเงินกู้ยืมและผลประกอบการของบริษัท

ฟิทช์คาดว่าจะยกเลิกเครดิตพินิจ หลังจากที่การเสนอขายหุ้นฯ เสร็จสมบูรณ์และฟิทช์ได้ทำการทบทวนระดับของโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ BAM รวมทั้งประเมินฐานะทางเครดิตของตัวบริษัทเองเสร็จสิ้นลง

อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAM น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างผู้ถือหุ้นจะขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ของ BAM กับภาครัฐและสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐ แม้ว่าอาจปรับลดลงไปต่ำกว่า 50% แต่ฟิทช์อาจจะพิจารณาว่ายังมีโอกาสที่บริษัทจะได้รับการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติจากภาครัฐ หากบริษัทยังคงได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐยังคงมีอำนาจควบคุม และ/หรือ บริษัทยังคงมีความสำคัญในเชิงนโยบายต่อภาครัฐ จะส่งผลให้อันดับเครดิตของบริษัทอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าอันดับเครดิตที่พิจาณาจากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง

ทั้งนี้ฟิทช์น่าจะพิจารณาอันดับเครดิตของ BAM จากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง หากสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐลดลงไปต่ำกว่า 50% ระดับความสัมพันธ์กับภาครัฐอยู่ในระดับจำกัด และการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติจากภาครัฐอาจไม่สามารถพึ่งพาได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM ถูกปรับลดอันดับลงไปอยู่ในช่วงอันดับเครดิตในกลุ่ม ‘BBB(tha)’ (rating category) หรืออาจจะปรับลดลงไปต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ ในกรณีที่การยกเลิกสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์มีผลกระทบในเชิงลบต่ออัตรากำไรและต้นทุนทางการเงินในระดับที่มีนัยสำคัญต่อความมีเสถียรภาพของรูปแบบในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

อ่านข่าว

กองทุนฟื้นฟูฯ ยันหนุน BAM ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO